โดย พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า เป็นคดีอุกฉกรรจ์โดยคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ และกระทำอนาจารเหยื่อเป็นผู้หญิง เป็นคดีที่สนใจต่อประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันหลายฝ่ายได้สืบสวนจากกล้องวงปิดตามโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 (Smart Safety Zone 4.0) ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ จึงสามารถสืบสวนจนทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ก่อนวางแผนจับกุมตัวผู้ต้องหานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องหา พบว่ามีพฤติกรรมชอบสะสมอาวุธปืน และชอบยิงปืนเป็นประจำ ซึ่งมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างมาก ต่อมาวันที่ 11 ส.ค. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวน ทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งใจกลางเมืองชลบุรี ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี จึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดชลบุรี ออกหมายค้น ตามหมายค้นศาลจังหวัดชลบุรีที่ 154/2565 ลงวันที่ 11 ส.ค. 2565
จากนั้นชุดจับกุมนำโดย ชุดปฏิบัติการพิเศษบูรพา 491 พร้อมด้วยชุดสืบสวน บก.สส.ภ. และสืบสวนจังหวัดระยอง จึงได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นรีสอร์ทที่ผู้ต้องหามากบดาน โดยเมื่อเข้าไปยังห้องพักพบ นายซัยยิดมุฮ์ซิน ผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้ทำการจับกุมตัวและตรวจค้นห้องพักดังกล่าว และพบของกลางที่กล่าวมาข้างต้น
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2565 ผู้ต้องหาทราบข่าวว่า น.ส.ไอลดา สงวนนามสกุล แฟนของตน ถูกข่มเหง โดยหนึ่งในกลุ่มของผู้เสียหาย ผู้ต้องหาจึงได้เดินทางจากกรุงเทพ มาที่ห้องพักของกลุ่มผู้เสียหาย ที่ จ.ระยอง เพื่อประสงค์จะมาช่วยแก้แค้นให้แฟนของตน
โดยให้แฟนของตนมาชี้ตัวผู้ก่อเหตุข่มขืน ตนจึงได้เดินทางไปพร้อมกับพวกอีก 4-5 คน พร้อมได้พกพาอาวุธปืนไปที่เกิดเหตุด้วย เพื่อป้องกันตัว เนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายมีชายฉกรรจ์อยู่จำนวนหลายคน แต่ปรากฏว่า เมื่อไปถึงจึงทราบว่า คนที่ข่มเหงแฟนสาวของตนนั้นได้หลบหนีไปแล้ว ผู้ต้องหากับพวกจึงได้กลับบ้านไป
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัว นายซัยยิดมุฮ์ซิน ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านกร่ำ จ.ระยอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป