เรื่อง “เงินเดือนน้อย” หลายคนไม่อยากจะเชื่อ ทีมข่าวเนชั่นฯ ตรวจสอบกับแหล่งข่าวในวงการการบิน ก็พบว่าฐานเงินเดือนและรายได้รวมของแอร์โฮสเตส รวมไปถึงสจ๊วตด้วย ลดน้อยลงกว่าในอดีตจริงๆ
จากข้อมูลที่สอบถามมา พบว่า แอร์ 1 คน จะได้ “เงินเดือนฐาน” หรือ base salary ไม่เท่ากันในแต่ละสายการบิน แต่ภาพรวมคือ “ไม่สูง” หากเป็นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ เงินเดือนฐานเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทเท่านั้น
แต่นั่นไม่ใช่รายได้รวม เพราะรายได้ที่แอร์ 1 คนได้รับจริง จะสูงกว่ายอดนี้พอสมควร โดยแหล่งรายได้มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ
1.ค่าชั่วโมงบิน หรือ Flight Hour Pay คำนวณตามจำนวนชั่วโมงที่ปฏิบัติหน้าที่จริงบนเครื่องบิน (ในอดีตเรียกเป็น “แลนด์” กล่าวคือ แลนดิ้ง 1 ครั้ง จ่ายเท่าไร เช่น 2,000 บาท บินไปภูเก็ต ไปกลับกรุงเทพฯ 1 รอบ เครื่องลง หรือ แลนดิ้ง 2 ครั้ง ก็ได้ 4 พันบาท วันหนึ่งเขาบินกัน 4 แลนด์ ก็จะได้ 8 พัน)
แต่ปัจจุบัน อัตรานี้เปลี่ยนไป คิดเป็น Flight Hour Pay โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อชั่วโมง
2.เบี้ยเลี้ยง หรือ Per Diem ที่จ่ายให้ตามรอบบิน และเที่ยวบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินต่างประเทศ ซึ่งอัตราของแต่ละสายการบินไม่เท่านั้น
เมื่อรวมรายได้ทั้งสองส่วนเข้ากับเงินเดือนฐานแล้ว รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของแอร์โฮสเตสจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป กรณีบินเฉพาะในประเทศ เพราะค่า Per Diem จะต่ำ แต่ถ้าบินไปต่างประเทศบ่อยๆ ก็จะมีรายได้สูงกว่านี้ ราวๆ 70,000 บาท
ตัวเลขนี้หากเทียบกับอาชีพอื่น ก็ถือว่าสูง แต่สำหรับอาชีพที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็น “นางฟ้า” ก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่ตัวเลขในฝัน เพราะในอดีต 10-20 ปีก่อน เขาได้กันหลักแสน
เมื่อรายได้ลด หรือไม่มากอย่างที่หลายคนคิด แต่บางคนยังต้องอยู่ในโลกของความหรูหรา เฉิดฉาย หลายคนจึงต้องหาอาชีพเสริม
- รับหิ้วของเข้า-ออกประเทศ หรือหิ้วของในประเทศ เช่น อาหารร้านดังของแต่ละจังหวัดที่วางขายตามสนามบิน หรือสั่งให้คนมารอส่งได้ อย่างแหนมเนืองอุดรฯ ลูกชิ้นปลาภูเก็ต มะม่วงเบาหาดใหญ่
- อาศัยบินบ่อย จึงสร้างรายได้เพิ่มด้วยการขนของใหญ่ขึ้น แพงขึ้น อย่างพวกเครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนด์เนม
- หนักกว่านั้นคือ รับหิ้วของ duty free เอาเข้ามาขาย อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เดินทางออกนอกประเทศ ซื้อของไม่มีภาษี แล้วเอากลับเข้ามาขายผ่านช่องทางต่างๆ
อย่างไรก็ดี จากการสอบถามแอร์โฮสเตสรุ่นใหญ่ ซึ่งผ่านงานนางฟ้ามาหลายยุค ยืนยันว่า ข้ออ้างพวกนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะทุกสายการบินมีกฎเหล็กเข้ม “ห้ามหิ้วของ” ไม่ว่าจะรับจ้างหิ้ว หรือหิ้วของตัวเอง หากถูกจับได้จะมีโทษ แต่ที่ผ่านมา อาจจะต่างคนต่างทำ ก็ไม่ฟ้อง ไม่แกล้งกัน หัวหน้าบางคนก็ปิดตาข้างหนึ่ง อาจต้องการช่วยผู้ใต้บังคับบัญชาที่สนิทกัน จนปัญหาบานปลาย