เจเศรษฐ์ ลุยชายแดนตาก เร่งแก้กระสุนข้ามแดน ชงนายกฯ ถกผู้นำเมียนมา
04 ส.ค. 2569 | titayu_pur

“เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” ลงพื้นที่ชายแดนตาก ตรวจเหตุกระสุนตก-สแกมเมอร์ เร่งรวบรวมข้อมูลเสนอ นายกฯ ใช้หารือผู้นำเมียนมา ดันขยับแนวปะทะ แก้ปัญหาตัดเน็ตกระทบชาวบ้าน
ข่าว
04 ส.ค. 2569 | titayu_pur

“เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” ลงพื้นที่ชายแดนตาก ตรวจเหตุกระสุนตก-สแกมเมอร์ เร่งรวบรวมข้อมูลเสนอ นายกฯ ใช้หารือผู้นำเมียนมา ดันขยับแนวปะทะ แก้ปัญหาตัดเน็ตกระทบชาวบ้าน
KEY
POINTS
4 สิงหาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ อ.พบพระ และ อ.แม่สอด จ.ตาก ชายแดนตาก ชายแดนไทยเมียนมา เพื่อติดตามความเสียหายจากเหตุ กระสุนข้ามแดน และผลกระทบจากการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตปราบ สแกมเมอร์เมียนมา ที่กระทบชีวิตประชาชน โดยลงเรือนเคาะประตูบ้านรับฟังปัญหา นำข้อมูลเชิงลึกเสนอ นายกฯ ใช้เป็นแนวทางสู้ศึกทางการทูต และดันขยับแนวปะทะกับผู้นำเมียนมาต่อไป
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดตาก เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมา ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กระสุนข้ามแดน พร้อมติดตามมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และรวบรวมข้อมูลเชิงลึกด้านความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ใช้ประกอบการหารือกับผู้นำเมียนมา ในระหว่างการเยือนประเทศไทยวันที่ 6–7 สิงหาคมนี้
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายเจเศรษฐ์ พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ว่าที่ร้อยตรีณรงค์ชัย จินดาพันธ์ ปลัดจังหวัดตาก นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ได้เดินทางไปยังบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุกระสุนจากฝั่งเมียนมาตกข้ามแดน เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างใกล้ชิด
จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการพะวอ อำเภอพบพระ รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่กำลังพล และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ก่อนลงพื้นที่บ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด เพื่อตรวจสอบความพร้อมของมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และติดตามการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในพื้นที่
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมาอย่างต่อเนื่องและประสานการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รวมถึงจังหวัดตามแนวชายแดนมาโดยตลอด โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มอบหมายให้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง ผลกระทบต่อประชาชน ปัญหามลพิษทางน้ำ และสถานการณ์สิ่งแวดล้อม ผ่านการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงมหาดไทย การประปาส่วนภูมิภาค กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการหารือกับผู้นำเมียนมา
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า หนึ่งในข้อเสนอสำคัญจากหน่วยงานในพื้นที่ คือ การผลักดันให้มีการขยับแนวปะทะออกห่างจากพื้นที่ชายแดน เพื่อลดความเสี่ยงจากกระสุนและเหตุปะทะ ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าการพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับผู้นำเมียนมา จะเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันประเด็นด้านความมั่นคง และการคุ้มครองประชาชนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายเจเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากประเด็นด้านความมั่นคงแล้ว ยังได้ติดตามสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดน โดยพบว่าขบวนการสแกมเมอร์ได้ย้ายฐานปฏิบัติการลึกเข้าไปในฝั่งเมียนมา และไม่ได้พึ่งพาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหรือไฟฟ้าจากฝั่งไทยเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่มาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในบางพื้นที่ชายแดน กลับส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งการใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ การค้าชายแดน และการเข้าถึงบริการของภาครัฐ
“รัฐบาลต้องเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง แต่ในขณะเดียวกัน มาตรการที่ดำเนินการต้องไม่สร้างภาระให้กับประชาชนผู้สุจริต เราจะนำข้อเท็จจริงจากพื้นที่มาปรับปรุงมาตรการให้มีความแม่นยำ ตรงเป้าหมาย และลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
นายเจเศรษฐ์ ยังได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง อาสาสมัครรักษาดินแดน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ให้คงความเข้มข้นในการลาดตระเวน แจ้งเตือนประชาชน และซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน
ในโอกาสนี้ นายเจเศรษฐ์ ได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนว่า
“แม้จะอยู่สุดขอบฟ้าใด แต่พวกเราคือสายเลือดเดียวกันของกระทรวงมหาดไทย เราคือครอบครัวเดียวกัน มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ใดของประเทศ วันนี้ผมตั้งใจมารับฟังปัญหาด้วยตนเอง เพื่อนำข้อเท็จจริงไปผลักดันการแก้ไขในระดับนโยบาย และจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง”
กระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมาอย่างใกล้ชิด บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครอง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย เพื่อสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน