ด้านนายกมลศักดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุมีการควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย แต่ละคนที่ถูกจับมานั้น ตนเห็นหน้าแล้ว บอกได้เลยว่า ตนเองไม่รู้จัก และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใจกับคนเหล่านี้
”หลักฐานสำคัญคือ รถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุของ กอ.รมน.นราธิวาส มันทำให้เราเชื่อมโยงและสงสัยไปยังหน่วยงานราชการ ว่าทำไมหน่วยงานถึงต้องมาปองร้ายตัวเอง และก่อเหตุได้รุนแรงขนาดนี้ รวมถึงอาวุธปืน เอ็ม 16 ระดับสงคราม 2 กระบอก“
”แน่นอนว่าคนร้ายหวังเอาชีวิตผมอย่างแน่นอน แล้วมาเบี่ยงประเด็นว่า คนร้ายต้องการเอาชีวิตคนขับรถของผมแทน ถ้าเขาต้องการจะฆ่าคนขับรถของผม ไม่ต้องใช้ปืน เอ็ม 16 ก็ได้“
โดยเบื้องต้นคดีของตัวเองมีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะกล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน จนนำไปสู่การขยายผล และรู้ว่ามีการเอารถไปแยกชิ้นส่วน จนทราบว่ารถคันนี้เป็นรถของทาง กอ.รมน.นราธิวาส
ประเด็นที่สำคัญตอนนี้คือ ปลายทางของคดีต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ในเมื่อตัวเองไม่เคยบาดหมางกับใคร แล้วมูลเหตุจูงใจ ในการลอบยิงครั้งนี้คืออะไร เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องการทราบ
เมื่อถามว่า การก่อเหตุในครั้งนี้ต้องการเอาชีวิตนายกมลศักดิ์ ถ้ายิงครั้งแรกแล้วไม่ตาย แต่ทำไมถึงไม่กลับไปยิงซ้ำให้ตาย นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า บางครั้งการก่อเหตุก็ไม่สำเร็จเกิดการผิดพลาด
เมื่อถามว่า ถ้านายกมลศักดิ์ เสียชีวิตไป แล้วใครจะได้ประโยชน์ นายกมลศักดิ์ บอกว่า ทางชุดคลี่คลายคดีต้องหามูลเหตุจูงใจให้ได้ และต้องติดตามภาพจากกล้องวงจรปิด รวมไปถึงการใช้โทรศัพท์ เพราะมันจะสอดคล้องกัน เพื่อหาแรงจูงใจ
นอกจากนี้ สส.กมลศักดิ์ ยังบอกอีกว่า หลังเกิดเหตุไปแล้ว ตัวเองไม่ได้ใส่ร้ายใคร ตัวเองขอโฟกัสกับการสืบสวนสอบสวนเท่านั้น ตอนนี้หลักฐานที่ชัดเจน คือรถที่ใช้ก่อเหตุเป็นของราชการ เชื่อว่าราชการจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีฝ่ายการเมืองไปจ้างข้าราชการในหน่วยงานของ กอ.รมน.มาก่อเหตุในครั้งนี้ นายกมลศักดิ์ บอกว่า ตัวเองไม่ทราบ และไม่อยากกล่าวหาใคร เพราะทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น
เมื่อถามว่า งานด้านสิทธิมนษยชนที่นายกมลศักดิ์ทำนั้น ไปขัดแย้งกับหน่วยงานของกอ.รมน.หรือไม่ นายกมลศักดิ์ บอกว่า ตัวเองทำงานด้านนี้มาตั้งแต่ปี 40 แล้ว ตัวเองอยู่เคียงข้างประชาชนมาโดยตลอด
นายกมลศักดิ์ บอกว่า คดีนี้ตัดเรื่องผลประโยชน์ และขัดแย้งธุรกิจไปได้เลย พฤติกรรมของคนร้ายคือแบ่งหน้าที่กันหลายคน เมื่อตรวจสอบการติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์แล้ว ใครที่อยู่เบื้องหลัง ตำรวจสาวให้ถึงตัวแล้วเอามาลงโทษให้ได้ ขอให้ตำรวจทำงานโดยเร็ว และต้องดำเนินการกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร ยศใหญ่แค่ไหนก็ตาม
ซึ่งที่ตัวเองคาดหวังกับการทำงานของตำรวจ คือ ตัวใหญ่ที่บงการให้ก่อเหตุ เพราะที่ตำรวจจับได้ในตอนนี้เป็นแค่คนระดับปฏิบัติการเท่านั้น ตนไม่รู้จักคนเหล่านี้ คนบงการจริงๆต้องตัวใหญ่กว่านี้
นายกมลศักดิ์เชื่อว่า การยิงในครั้งนี้ ยิงทั้งหมด 33 นัด เท่ากับว่าคนร้ายหวังที่จะสังหารคนในรถทั้งหมด
เมื่อถามว่า สภาพจิตตอนนี้เป็นอย่างไร นายกมลศักดิ์ บอกว่า แน่นอนว่าตอนนี้ใจหาย มันไม่ควรเกิดเรื่องแบบนี้กับใคร แต่มันเกิดขึ้นกับเราแล้ว ตอนนี้ครอบครัวก็รู้สึกหวาดระแวง ถ้าบอกว่าไม่กลัวก็เป็นอะไรที่แปลกแล้ว
หลังจากนี้ก็ต้องระมัดระวังให้มากขึ้น และยังคงต้องเดินหน้าทำงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป และตอนนี้ตัวเองก็ได้ยื่นคำขอคุ้มครองพยานไปแล้ว และจะต้องทบทวนการเดินทางใหม่ทั้งหมด เพราะตอนนี้มีคนปองร้ายกับเรา และไม่ทราบว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้อีกหรือไม่
สุดท้ายนี้ นายกมลศักดิ์ บอกว่า ตัวเองไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในชายแดนภาคใต้ ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ ที่คอยดูแลความปลอดภัย กลายมาเป็นผู้ก่อเหตุเสียเอง หรือมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องที่เลวร้าย แต่ถ้าข้อเท็จจริงมันออกมาว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเอง ก็ต้องลงโทษไม่มีข้อยกเว้น
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี หัวหน้าพรรคประชาชาติ เชื่อว่า เรื่องเบื้องหลังมีการจ้างวานฆ่าอย่างแน่นอน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร เบื้องต้นมีการจับกุมคนร้ายได้แล้ว 4 คน แต่เชื่อว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้เพิ่มอีก และอยากให้เรื่องนี้คลี่คลายโดยเร็ว กอ.รมน.มีหน้าที่แก้ปัญหา แต่คดีนี้เหมือน กอ.รมน.จะกำลังสร้างปัญหาอยู่ ควรพิสูจน์เรื่องจริง ว่ารถราชการมาเกี่ยวข้องในการลอบยิงได้อย่างไร
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ยืนยันว่า ตัวเองจะไปเรียนเรื่องนี้กับนายกอนุทิน โดยตรง ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล และเรื่องนี้ถ้าตำรวจดำเนินการอย่างจริงจัง ก็จะสาวถึงคนที่บงการจริง รัฐบาลต้องสืบให้สุดซอยที่สุด