เนชั่นทีวี

Business

เปิดเบื้องลึก! "น้ำมันเขียว" รั่วไหลกลางทะเล ขโมยภาษีคนไทยไปขาย "กัมพูชา" จี้รัฐใช้ Digital Tracking สกัดเรือเถื่อน!

03 เม.ย. 2569

เปิดเบื้องลึก! "น้ำมันเขียว" รั่วไหลกลางทะเล ขโมยภาษีคนไทยไปขาย "กัมพูชา" จี้รัฐใช้ Digital Tracking สกัดเรือเถื่อน!

เปิดเบื้องลึก! "น้ำมันเขียว" รั่วไหลกลางทะเล ขโมยภาษีคนไทยไปขาย "กัมพูชา" กางสถิติ 3 ปี อุดรูรั่วได้เงินคืน 8 หมื่นล้าน จี้รัฐใช้ Digital Tracking สกัดเรือเถื่อน

3 เมษายน 2569 นายณัฏฐ์ มงคลนาวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความว่า 

 

 

เปิดเบื้องลึก! "น้ำมันเขียว" รั่วไหลกลางทะเล ขโมยภาษีคนไทยไปขาย "กัมพูชา" จี้รัฐใช้ Digital Tracking สกัดเรือเถื่อน!

 

เปิดเบื้องลึก! "น้ำมันเขียว" รั่วไหลกลางทะเล ขโมยภาษีคนไทยไปขาย "กัมพูชา" จี้รัฐใช้ Digital Tracking สกัดเรือเถื่อน!

 

แชร์กันว่อนโซเชียลกับคลิป 'เรือปริศนา' ขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล ที่หลายคนสงสัยว่าเป็นแค่การลักลอบขนน้ำมันดีเซลทั่วไป...

แต่ในฐานะนักยุทธศาสตร์ ผมขอเผยความจริงที่ 'ลึก' กว่านั้นครับ... สิ่งที่เห็นในถังสีเขียวมรกตนั่นคือ 'น้ำมันเขียว' (Green Oil) 

ครับ! และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องการลักลอบขายของผิดกฎหมาย แต่มันคือเรื่องของ "ภาษีคนไทย" ที่รั่วไหลออกไปต่อหน้าต่อ

 

 

เปิดเบื้องลึก! "น้ำมันเขียว" รั่วไหลกลางทะเล ขโมยภาษีคนไทยไปขาย "กัมพูชา" จี้รัฐใช้ Digital Tracking สกัดเรือเถื่อน!

 

 

1. ทำความรู้จัก 'น้ำมันเขียว': สวัสดิการที่กลายเป็นช่องโหว่
น้ำมันเขียวคือดีเซลที่รัฐบาล 'ยกเว้นภาษีสรรพสามิต' (ลิตรละเกือบ 10 บาท!) เพื่อช่วยลดต้นทุนให้พี่น้องชาวประมงไทย โดยผสมสาร Marker สีเขียวเพื่อแยกแยะ ห้ามนำมาขายบนบกและห้ามจำหน่ายให้คนนอก

* โควต้ามหาศาล: รัฐจัดสรรสูงถึง 500 - 600 ล้านลิตรต่อปี

* มูลค่าภาษีที่รัฐสละให้: สูงถึงปีละ 5,000 ล้านบาท เพื่อพยุงราคาอาหารทะเลและอาชีพประมงไทย

 

หมากเกมเดิมในพื้นที่ 'แดนสนธยา': ข้อมูลจากคนวงในยืนยันว่าเรื่องนี้ทำกันมานานกว่า 30 ปี ในพื้นที่ห่างไกลชายฝั่ง 12-24 ไมล์ทะเล ซึ่งยากต่อการตรวจสอบ แต่กลับเป็น 'ตู้เอทีเอ็ม' ของผู้มีอิทธิพล

 

2. กางสถิติย้อนหลัง 3 ปี: ตัวเลขที่โกหกไม่ได้!

หากใครคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ลองดูข้อมูลการจับกุมน้ำมันเถื่อนย้อนหลัง 3 ปี (2566-2568) ที่ผมรวบรวมมาครับ:

* ปี 2566: จับกุมได้ประมาณ 1,000 คดี ยึดของกลางได้ 1.5 ล้านลิตร

* ปี 2567 (จุดเปลี่ยนสำคัญ): เมื่อมีการกวาดล้างหนักขึ้น จับกุมได้ 1,186 คดี แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ รัฐสามารถจัดเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มขึ้นได้ถึง 209,827 ล้านบาท (เพิ่มจากปีก่อนถึง 81,000 ล้าน!)

* ปี 2568 (ล่าสุด): เพียงช่วงต้นปี มีการจับกุมไปแล้วกว่า 400 คดี ยึดน้ำมันได้กว่า 8 แสนลิตร แนวโน้มความเสียหายพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน

 

ข้อสังเกต: ตัวเลขภาษีที่พุ่งขึ้นกว่า 8 หมื่นล้านในปีที่ผ่านมา คือเครื่องยืนยันครับว่า "ยิ่งเราอุดรูรั่วได้จริง เงินจะกลับเข้าประเทศมหาศาล" แต่สิ่งที่เห็นในคลิปคือ "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" ที่ยังรั่วไหลออกไปนอกระบบ


3. ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์: อุดรูรั่วด้วย Digital Tracking
ในยุคที่เราคุยเรื่อง AI และ Digital Transformation ผมขอเสนอทางออกเพื่อช่วยรักษาผลประโยชน์ชาติ:

AI Data Analytics: ใช้ระบบ AIS ติดตามเรือที่มีอยู่แล้ว มาวิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติ (เช่น เรือหยุดนิ่งกลางทะเลนานเกินไป หรือมีพิกัดซ้อนทับกับเรือต่างชาติ) แล้วแจ้งเตือนศูนย์ PIPO ทันที

Blockchain Quota: เปลี่ยนจากการคุมด้วยกระดาษ มาเป็น Digital Token ที่ผูกกับรหัสเรือและพิกัด GPS จริง เพื่อป้องกันการนำโควต้าไป "ถ่ายลำ" ขายต่อกลางทะเล

 

 

เปิดเบื้องลึก! "น้ำมันเขียว" รั่วไหลกลางทะเล ขโมยภาษีคนไทยไปขาย "กัมพูชา" จี้รัฐใช้ Digital Tracking สกัดเรือเถื่อน!

 

บทสรุปทางยุทธศาสตร์ : เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของทุกคน

 

การออกมาพูดครั้งนี้ ผมไม่ได้มีเจตนาตำหนิใครครับ แต่ผมต้องการให้ "ความตั้งใจดีของรัฐ" ส่งไปถึงมือชาวประมงตัวจริงอย่างแม่นยำที่สุด ในวันที่รัฐบาลกำลังพิจารณาหั่นโควต้าน้ำมันเขียวเพราะแบกรับภาระภาษีไม่ไหว การอุดรูรั่วในพื้นที่ "แดนสนธยา" กลางทะเล คือทางออกที่ยั่งยืนที่สุดครับ

 


#น้ำมันเขียว #น้ำมันเถื่อน #ขโมยภาษีคนไทย #ภาษีสรรพสามิต #เรือปริศนา #พลังงานไทย #เศรษฐกิจไทย #ณัฏฐ์มงคลนาวิน #พรรคภูมิใจไทย #กัมพูชา #Blockchain