เนชั่นทีวี

Business

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

03 เม.ย. 2569

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แฉขบวนการกักตุนน้ำมัน ปั๊มแอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท ทำรัฐขาดทุน 5 หมื่นล้าน

3 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมี อาทิ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ/ เสนาธิการ ศรชล. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปนม.ตร พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ร่วมแถลงข่าว 

 

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

 

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

 

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

 

 

 

 

นายอนุทิน กล่าวว่า การแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาล โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปราม การกักตุน และลักลอบขายน้ำมันออกไปจากระบบของประเทศซึ่งวันนี้มีทางผู้เกี่ยวข้องโดยตรงที่จะป้องกันและปราบปรามการลักลอบ กักตุน การขายน้ำมัน หรือผู้ที่ทำผิดกฎหมาย ฉวยโอกาสทำให้น้ำมันของไทยถูกขายด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย 

 

 

 

 

"โดยรัฐบาลได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์หรือ ศบก.ขึ้นมา รวมทั้งได้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ในการตรวจสอบติดตามและบังคับใช้กฎหมายผู้ที่กักตุนน้ำมัน ทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน

ซึ่งตนได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยึดหลักการในการดำเนินการนี้ ด้วยหลักการ “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ไม่ว่าใครก็ตามที่ดำเนินการเอาเปรียบประชาชนทำลายความมั่นคงทางพลังงานของชาติ

หากพบว่าใครก็ตามมีอิทธิพลแค่ไหนก็ตามก็จะเร่งดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดและเคร่งครัด" นายอนุทิน เผย

 

 

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

 

 

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า โดยทางกระทรวง ยุติธรรมโดยดีเอสไอ ดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ที่ติดตามการดำเนินการของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ และผู้ค้าระดับกลาง ที่รับน้ำมันจากผู้ค้า (จ๊อบเบอร์) ซึ่งผลจากการตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจนถึงเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ได้พบรูปแบบการกักตุนและค้ากำไรจากเรื่องนี้

 

แฉ 3 กลโกงปั่นราคาน้ำมัน

 

1.พบการประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล เพื่อรอให้มีการประกาศเพิ่มราคาน้ำมันจากนั้นก็จะฟีดน้ำมันเข้ามาในระบบให้ให้ได้กำไรมากขึ้น

2.มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทาง 

3.มีการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน

 

 

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

 

 

 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลกำลังเร่งตรวจสอบและขยายผล ว่าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือกลุ่มใดที่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวปริมาณน้ำมันที่ขนส่งทางทะเล เราเชื่อว่ามีการลักลอบขนถ่ายทางทะเลและกำลังเร่งสอบสวนและขยายผลไปเช่นกัน 

นอกจากนี้ ยังมีความผิดปกติที่ตรวจพบในการรายงานปริมาณน้ำมันระหว่างหน่วยตรวจสอบ ได้แก่ กรมเจ้าท่า และกรมธุรกิจพลังงานกับข้อมูลปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น และเรียกจัดเก็บภาษีสรรพสามิต

 

โดยรัฐบาลจะตรวจสอบยืนยันกับฐานข้อมูลการเดินเรือกับ ศร.ชล.และจะขยายผลการขนส่งทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่ามีการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไข เช่น มีการส่งออกน้ำเกินปริมาณที่ขออนุญาตไว้ 

การกระทำทั้งหมดนี้เป็นการค้ากำไรเกินควรจากราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตพลังงานของโลก จึงทำให้รัฐบาลต้องใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาส่วนต่างของต้นทุนกับราคาขายมากขึ้น ทำให้เกิดการขาดทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท ถ้าเงินที่ไปสนับสนุนลิตรละ 17 บาท

 

รัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะต้องการสนับสนุนประชาชนที่ใช้น้ำมันที่เป็นคนไทยใช้สัญจร ไม่ใช่เป็นการสนับสนุนให้เกิดการกักตุนลักลอบ ไปขายยังต่างประเทศ ดังนั้นเป็นความจำเป็นที่รัฐบาลต้องดำเนินการเด็ดขาด ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันทั่วประเทศ 

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดีเอสไอ ตรวจสอบขยายผลเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการอย่างเฉียบขาดต่อไป ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาเหล่านี้ และได้ดำเนินการให้หน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้สังคมรับทราบถึงข้อเท็จจริง และใช้มาตรการป้องกันเฝ้าระวัง ควบคู่กับการดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป 

 

 

 


พบพิรุธคลังสุราษฎร์ฯ น้ำมันหายลึกลับ 57 ล้านลิตร!


พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า การดำเนินการจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือการดำเนินจากปลายทาง ตั้งแต่สถานีบริการน้ำมัน โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครองเข้าตรวจสอบต่อเนื่องจนถึงต้นทางคือคลังน้ำมัน

 

อีกทางหนึ่งได้มอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทำการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางคือโรงกลั่นมายังคลังน้ำมันและเมื่อนำข้อมูลมาชนกัน พบการกระทำความผิดหลายพื้นที่ เช่นในพื้นที่อ่างทองและนครสวรรค์ นอกจากนี้ยังพบโอกาสกักตุนของผู้ค้ามาตรา 7 และ มาตรา 10 

พร้อมยกตัวอย่าง กรณีที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น จากการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางพบว่ามีเรือขนส่งน้ำมันออกจากคลังน้ำมันเดินทางไปที่คลังน้ำมัน 6 แห่งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวนทั้งสิ้น 96 เที่ยว พบว่ามีน้ำมันที่ถึงปลายทางทั้งสิ้น 16 ล้านลิตร ซึ่งหายไป 57 ล้านลิตร

ยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

 

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

 

 

ส่วนในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการกักตุน หลังจากนี้จะมีการตั้งวอรูมขึ้นมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันทุกระบบ ตั้งแต่กรมศุลกากรนำเข้า ว่าน้ำมันดิบมีปริมาณเท่าไหร่ 

 

 

 

เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบขณะโรงกลั่นไม่เกี่ยวกับ ขบวนการกักตุนใช่หรือไม่ 


พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่าได้ทำการตรวจสอบทั้งระบบเอกสารและไปพิสูจน์ทราบ ในโรงกลั่นแล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการกักตุนน้ำมัน ซึ่งพบว่ามีน้ำมันคงถังแค่ในปริมาณที่ไม่สามารถดึงขึ้นมาจำหน่ายได้

 

 

เมื่อถามว่าน้ำมันที่พบว่ามีเส้นทางการเดินทางที่ ผิดปกติสามารถยึดไว้ก่อนได้หรือไม่ 

 

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่าตรวจสอบพบว่าน้ำมันอยู่ที่คลังแล้ว ยังไม่สามารถยึดได้เนื่องจากยังทราบว่าเป็นการกระทำผิด อย่างไร นอกจากส่วนที่ได้ดำเนินคดี อย่างในจังหวัดอ่างทอง อำเภอแม่สอด และนครสวรรค์

 

 

 

 

 

 

ตำรวจลุยตรวจปั๊ม แฉแอบขายภาคอุตสาหกรรมฟันกำไรเละ

 

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร. /ผอ.ศปนม.ตร.) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้ดูเรื่องของสถานีบริการต่างๆ ในช่วงมีเหตุวิกฤตน้ำมันขาดแคลน ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ตนในฐานะ ผอ. ศปนม.ตร. เข้าร่วมกับรัฐมนตรียุติธรรม ตามคำสั่งนายกฯ ให้ดูปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน การกักตุน หรือเอารัดเอาเปรียบประชาชนหรือไม่ โดยได้รับมอบหมายให้ไปดูสถานีบริการต่างๆ 

จากการสุ่มตรวจสถานีบริการที่ปิดตัวลง แล้วย้อนกลับไปดูว่ามีคลังน้ำมันไหนบ้างที่ส่งน้ำมันให้สถานีบริการต่างๆ พบว่ามีสถานีบริการทั้งหมด 27 แห่ง 12 จ๊อบเบอร์ ที่ทำหน้าที่ส่งไปสถานีบริการที่ปิดตัวลง ซึ่งจาก 39 แห่งที่ตรวจสอบ พบว่ามี 6 แห่งที่น่าสงสัย และน่าเชื่อว่ามีการกักตุนน้ำมันและมีการจับกุมเพิ่มเติม 

 

ประเด็นแรกคือ การมีน้ำมันในคลังแต่จ่ายน้อยลง พบว่าบางคลังมีน้ำมัน ปกติเดือนกุมภาพันธ์ จะดำเนินการจ่ายน้ำมันอยู่ที่ 18 ล้านลิตร แต่ช่วงเดือนมีนาคมจ่ายลดลงเหลือแค่ 11 ล้านลิตร ซึ่งที่ผ่านมาโรงกลั่นได้ส่งน้ำมันและกลั่นน้ำมัน 100% ปริมาณน้ำมันไม่มีการขาดในตลาด แต่พอไปถึงคลัง คลังจ่ายผิดปกติ ซึ่งมีลักษณะการเก็งกำไร 

 

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

 

 

หรืออีกคลังที่ภาคเหนือ ปกติจำหน่ายน้ำมันประมาณ 2 ล้านกว่าลิตรต่อวัน แต่ช่วงวิกฤตจ่ายอยู่แค่ครึ่งหนึ่ง คือประมาณ 1.2 ล้านลิตร ซึ่งเราไปตรวจสอบสถานีบริการต่างๆในภาคเหนือตอนล่าง พบว่ามีปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างมาก ก็น่าเชื่อว่าจะมีส่วนในการกักตุน 

นอกจากนี้ ยังพบว่าคลังบางส่วนไม่มีน้ำมัน ประมาณ 4 แห่ง และถูกลดโควตาลง ในขณะที่โรงกลั่นยังส่งน้ำมันให้เต็มที่ ก็ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม ว่าอาจมีการนำน้ำมันไปไว้ที่อื่น หรือประเด็นอื่นก็ต้องตรวจสอบ ตรงนี้ทำให้คลังน้ำมันไม่มีน้ำมันจ่ายออกมา ในขณะที่โรงกลั่นก็ยังส่งน้ำมัน 

ขณะเดียวกันยังมีการจับกุมสถานีบริการน้ำมัน ที่ใช้เวลาวิธีสั่งน้ำมันไปแต่ไม่ได้ลงน้ำมัน โดยข้ามไปจำหน่ายบริเวณภายนอก ซึ่งได้กำไรมากกว่าหน้าปั๊มอยู่ 10 บาททันทีในช่วงเวลานั้น เช่น ส่งไปให้ภาคอุตสาหกรรมเกษตรกรรม โดยไม่จำหน่ายหน้าปั๊ม ซึ่งจับกุมเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วในช่วงวิกฤต เพราะว่ามีสถานีบริการน้ำมัน สั่งน้ำมันไปลงที่ลาดกระบัง แต่แท้จริงไปแอบลงที่นครสวรรค์ และพบการกักตุนน้ำมันอยู่หลังปั๊ม ลักษณะนี้เชื่อว่าจะมีอีกหลายที่ ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผล 

 

ทั้งยังมีการลักลอบส่งออกที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยใช้รถบรรทุกน้ำมันจำนวนประมาณ 4 หมื่นลิตร ก็เป็นอันสิ่งที่เราตรวจพบ และจะขยายผลเรื่องการลักลอบส่งออก 

ส่วนที่มีการลงติ๊กต็อกของคนกัมพูชา ตรวจสอบเมื่อวานแล้วพบว่า เรือดังกล่าวเป็นของคนไทย ซึ่งคนในติ๊กต็อกน่าเชื่อว่าเป็นคนไทย ลูกเรือทั้งหมดมี 6 คน เป็นเรือสวมทะเบียนชื่อ “โชคชนกร” ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบของเจ้าของเรือ และเรียกสอบเพิ่มเติม ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันกลางทะเลหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล

 

 

 

 

 

 

อธิบดีดีเอสไอ เตรียมขยายผลถึงการลักลอบส่งออก

 


พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การกระทำความผิดมีหลายลักษณะกรณีน้ำมันหายกลางทะเล และการลักลอบส่งออกน้ำมัน อาจจะต้องใช้เวลาตรวจสอบ

 

ทั้งนี้สิ่งที่พบมูลความผิด คือ เรื่องการกักตุนน้ำมัน โดยกฎหมายได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าห้ามผู้ประกอบการปฏิเสธการจำหน่าย หรือ ชะลอเวลาการจำหน่ายน้ำมัน แม้แต่ประวิงเวลาการขนส่ง อย่างการเดินทางขนส่งปกติ 2 วัน เพิ่มเป็น 5 วันถือว่าเป็นการประวิงเวลาส่งมอบสินค้า ทำให้กระทบกับความสงบเรียบร้อยและระบบเศรษฐกิจการคลัง 

 

อย่างไรก็ตามส่วนอื่นก็จะขยายผลว่าในการทำผิดทุกเรื่อง แต่ประเด็นที่รับเป็นคดีพิเศษ โดยยึดจากพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งจะขยายผลต่อไป และ เมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะสามารถตั้งหน่วยงานต่างๆเข้ามาร่วมสอบสวนในคดีพิเศษ ซึ่งจะร่วมบูรณาการกันอย่างเต็มที่

 

ด่วน! "นายกฯ" สั่ง "ล้างบางมาเฟียน้ำมัน" แฉคลังสุราษฎร์ฯ ทำน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แอบขายโรงงานฟันกำไร 10 บาท

 

 

 


#อนุทิน #น้ำมันแพง #กักตุนน้ำมัน #น้ำมันเถื่อน #DSI #ข่าววันนี้ #วิกฤตพลังงาน #ปราบโกง #สุราษฎร์ธานี #แม่สอด #เรือเถื่อน #ความมั่นคงพลังงาน