เนชั่นทีวี

ข่าว

เข้าสู่วันที่ 10 “มหันตภัยฝุ่นพิษ” เชียงใหม่จมหมอกควัน แพทย์ เตือนระวังอาการเฉียบพลัน

03 เม.ย. 2569

เข้าสู่วันที่ 10 “มหันตภัยฝุ่นพิษ” เชียงใหม่จมหมอกควัน แพทย์ เตือนระวังอาการเฉียบพลัน

วิกฤตหมอกควันเชียงใหม่ลากยาวเข้าวันที่ 10 ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง 100-300 ไมโครกรัมฯ เชียงดาวหนักสุดทะลุ 318 ด้าน สสจ.เชียงใหม่ จับมือ รพ.มหาราชฯ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ชี้ฝุ่นพิษอันตรายถึงกระแสเลือด

3 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์มลพิษทางอากาศ รวมถึงสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเข้าสู่วันที่ 10 แล้ว

โดยข้อมูลล่าสุดของกรมควบคุมมลพิษในจังหวัดเชียงใหม่ จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้ง 6 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับสีแดง และยังคงมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรทุกสถานี

โดยในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ สูงสุดที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 260 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 134.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

เข้าสู่วันที่ 10 “มหันตภัยฝุ่นพิษ” เชียงใหม่จมหมอกควัน แพทย์ เตือนระวังอาการเฉียบพลัน

ส่วนที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ดัชนีคุณภาพอากาศ 444 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 318.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ขณะที่เช้านี้จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเวลา 08.00 น. ข้อมูลเว็บไซต์ IQAir.com ที่จัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดของโลก ยังคงให้เทศบาลนครเชียงใหม่ขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง

แต่เมื่อเวลา 09.00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่ลงมาอยู่อันดับสอง ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 223 US AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 148.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยอันดับหนึ่งคือเมืองเดลี ประเทศอินเดีย ที่แซงขึ้นมาในช่วงสาย

จากปัญหาวิกฤติคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ที่ยาวนานต่อเนื่องถึง 10 วัน สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปัญหาสุขภาพ ทั้งอาการเจ็บป่วยระยะสั้น อาการป่วยเรื้อรัง รวมถึงผลกระทบจากฝุ่นพิษในระยะยาว

เข้าสู่วันที่ 10 “มหันตภัยฝุ่นพิษ” เชียงใหม่จมหมอกควัน แพทย์ เตือนระวังอาการเฉียบพลัน

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์ผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 โดยระบุว่า ฝุ่นส่งผลต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะเฉียบพลันทำให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบตา คัดจมูก และเลือดกำเดาไหล ซึ่งช่วงสถานการณ์ฝุ่นวิกฤตพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

ขณะที่ระยะยาว ฝุ่นสามารถเข้าสู่กระแสเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดอาการรุนแรงได้ใน 48–72 ชั่วโมง

ด้านสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เผยสถานการณ์ฝุ่นยังอยู่ระดับสีส้ม–แดง แม้จำนวนผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด และเลือดกำเดาไหล ลดลงจากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการป้องกันที่เข้มข้นและฝุ่นมาช้ากว่าปกติ

เข้าสู่วันที่ 10 “มหันตภัยฝุ่นพิษ” เชียงใหม่จมหมอกควัน แพทย์ เตือนระวังอาการเฉียบพลัน

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบด้านสุขภาพมักเกิดล่าช้าประมาณ 1 สัปดาห์ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ขณะที่กลุ่มโรคระยะยาว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาระบบติดตามข้อมูลสุขภาพเชื่อมโยงสถานพยาบาล และศึกษาผลกระทบโรคอื่น เช่น มะเร็งปอด เพื่อใช้วางแผนนโยบายสุขภาพ

ทั้งนี้ สสจ.เชียงใหม่ได้เร่งดำเนินมาตรการป้องกัน อาทิ ให้ความรู้ประชาชนกว่า 7 แสนครัวเรือน แจกหน้ากากเกือบ 2 แสนชิ้น เปิดห้องปลอดฝุ่นกว่า 500 แห่ง และจัดตั้งคลินิกมลพิษในโรงพยาบาล 5 แห่ง เพื่อรองรับผู้ได้รับผลกระทบ

พร้อมย้ำขอความร่วมมือประชาชนป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยสวมหน้ากาก N95 หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้เครื่องฟอกอากาศ และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์ทันที

เข้าสู่วันที่ 10 “มหันตภัยฝุ่นพิษ” เชียงใหม่จมหมอกควัน แพทย์ เตือนระวังอาการเฉียบพลัน

เข้าสู่วันที่ 10 “มหันตภัยฝุ่นพิษ” เชียงใหม่จมหมอกควัน แพทย์ เตือนระวังอาการเฉียบพลัน