"นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าวว่าการพัฒนา "Smart City" ในกรุงเทพฯ มุ่งเน้นเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ประชาชนเป็นหลัก ภายใต้นโยบาย "เมืองอัจฉริยะที่ฉลาดพอ" โดยเน้นประสิทธิภาพ โปร่งใส และเน้น "คน" เป็นหัวใจหลัก โครงการ Traffy Fondue ใช้ AI รับเรื่องร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชันเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ ยังเปิดข้อมูล Open Data เปิดเผยข้อมูลทุกรูปแบบ เป็น Machine Readable เข้าไปตรวจสอบ ติดตาม งบประมาณ นโยบายต่างๆ ได้ทั้งหมด ผ่านระบบออนไลน์ ลดเวลาการอนุมัติการก่อสร้าง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเดินทางที่สะดวก มุ่งสู่เมืองที่เป็นประชาธิปไตยและทุกคนเข้าถึงการแก้ปัญหาได้
"ผมคิดว่า "Smart City" ที่แท้จริง คือการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ประชาชนมีอำนาจ และเป็นประชาธิปไตยมาก ทุกคนสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเท่าเทียมกัน ถ้าเราโฟกัสในจุดเล็กๆ เราจะสร้าง Smart City ที่ตอบโจทย์ประชาชนได้"
ด้าน"นายประเสริฐ จันทรรวงทอง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งผลักดันประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและสร้าง "Smart City"ผ่านการใช้"AI" พัฒนาประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน นโยบายหลักประกอบด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความมั่นคงของข้อมูล และพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล
โดยมี "กุญแจสามดอก" คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และพัฒนาความรู้ดิจิทัลแก่บุคลากร
โครงการ CDP (City Data Platform) จะเป็นระบบเก็บข้อมูลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมือง 175 พื้นที่ทั่วไทย ขณะที่ AI จะนำมาช่วยพัฒนาสมาร์ทซิตี้ด้านการขนส่ง พลังงาน และการวางผังเมือง นอกจากนี้กระทรวงดีอียังร่วมกับ BOI ดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีจากบริษัทใหญ่ เช่น Google เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ไทยเป็นประเทศน่าอยู่ด้วยเทคโนโลยี