นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ รองนายก อบจ.หนองคาย ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยเหตุผลที่ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ว่า เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองแรกและเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ตนลงสมัครเมื่อปี2562 ไม่เคยลงพรรคการเมืองอื่นมาก่อน ยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแพ้ให้กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเพียงแค่หลักพันเท่านั้น เพื่อไทยได้คะแนน3หมื่นเศษๆ ส่วนตัวเองได้คะแนน27,000 ห่างกันแค่สามพันกว่า การเลือกตั้งที่จะถึงจึงอาสาเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองคาย และที่ผ่านมาช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกอบจ.หนองคาย โดยเฉพาะระยะเวลาที่พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล ตนเองได้ประสานงานนำโครงการต่างๆ มาพัฒนาจังหวัดหนองคายเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านชีวิตความเป็นอยู่
นายกระแสร์ กล่าวอีกว่า อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือการมาของรถไฟจีนลาว จังหวัดหนองคาย ถือว่าเป็นเมืองหน้าด่าน จะต้องมีการพัฒนาและรองรับระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพ ทุกวันนี้นักลงทุนเข้ามาที่หนองคายจำนวนมาก ต้องมีการแก้ปัญหาหลายๆเรื่อง ทั้งถนนหนทาง ระบบสาธารณูปโภคจะต้องพัฒนาเพื่อรองรับการเจริญที่จะมีขึ้นมากกว่านี้ในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งจังหวัดหนองคาย ก็ขึ้นชื่อเรื่องเป็นเมืองพญานาค และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก
“งานในวันนี้มีว่าที่ผู้สมัครหลายๆจังหวัดภาคอีสานตอนบนเดินทางมาร่วม พร้อมกับยกมือสวัสดีทักทายรายงานตัวกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หนึ่งในนั้นคือนายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ขอนแก่นเขต 10”
นายสมรักษ์ คำสิงห์ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สนับสนุน อีกทั้งตนเองก็อยากกลับบ้านมาพัฒนาบ้านเกิด หลังจากที่ชีวิตล้มลุกคลุกคลานมีประสบการณ์การใช้ชีวิตมากพอสมควร วันนี้ถึงเวลาและพร้อมอาสาเข้ามาแก้ปัญหาและพัฒนาบ้านเกิดในพื้นที่ขอนแก่นเขต 10 ตอนนี้มีความพร้อมเต็มที่ลงพื้นที่พบปะประชาชนรับฟังปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองทำมาโดยตลอดตั้งแต่ยังไม่เข้ามาทำการเมือง งานบุญ งานกุศลก็ลงพื้นที่ตลอด ที่ผ่านมาใครเดือดร้อนในเรื่องอะไรตนก็ให้ความช่วยเหลือ ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะเลือกคนมากกว่าเลือกพรรค บางทีเป็นส.สในพื้นที่แต่ชาวบ้านไม่เคยเห็นหน้าเลย แบบนี้หมดยุคแบบนี้แล้ว
นายสมรักษ์ คำสิงห์ เปิดเผยอีกว่า หากได้รับเลือกเข้ามาทำหน้าที่ส.ส.จะเร่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่ดินทำกิน รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนด้านกีฬา ในฐานะที่ตนเองเติบโตมาจากกีฬา ส่วนกรณีโซเชียล เคยดราม่าที่ตนเองลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าตนเองไม่หวั่นไหว โซเชียลก็คือโซเชียล แต่ชีวิตจริงคนส่วนใหญ่ให้กำลังใจและเห็นด้วยที่เป็นที่ตนลงสมัครพรรคพลังประชารัฐ หลายครั้งที่ไปลงพื้นที่ภาคเหนือ ภาคใต้ หรือจังหวัดอื่นๆผู้เฒ่าผู้แก่มาให้กำลังใจจำนวนมาก ตนเองเป็นนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะได้ไม่ได้อยู่ที่ชาวบ้านเป็นผู้ตัดสิน
ภาพ/ข่าว : สำนักข่าวเนชั่น ศูนย์ข่าวภาคอีสาน