เมื่อถามถึงปรากฎการณ์พรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นมากมาย นายโภคิน กล่าวว่า ไม่ใช่สิ่งเสียหาย เพราะมีผู้คนมาอาสาเข้ามาทำงานการเมือง แต่พรรคไทยสร้างไทยจะร่วมสร้างประเทศไทยให้ดีที่สุดเพื่อลูกหลาน ดังนั้น พรรคการเมืองไม่ใช่มาทำเพื่อตัวเอง แต่มาทำเพื่อคนรุ่นต่อไป ไม่ว่าจะสร้างนโยบายอะไรก็แล้วแต่ แต่หากไม่ดูแลคนทุกช่วงวัย จะไปมีประโยชน์อะไร พรรคไทยสร้างไทยจึงพยายามเสนอสิ่งเหล่านี้ ส่วนจะต้องมีการปรับตัวหรือไม่นั้น ก็จะทำให้เห็นว่าพรรคการเมืองเป็นที่รวมของคนทุกแวดวงมาร่วมกันทำงาน และพรรคไทยสร้างไทยจะรับฟัง โดยมีอุดมการณ์แน่ชัดว่าจะต่อสู้กับอำนาจนิยม
ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมด้วยนายโภคิน และนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ประธานคณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นำร่างพระราชบัญญัติบํานาญแห่งชาติและสวัสดิการผู้สูงอายุ พ.ศ. .... ยื่นกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ
โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยเน้นการดูแลประชาชน พร้อมเชิญชวนประชาชนลงชื่อสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ร่วมกัน หลังจากที่ได้เดินสายคาราวานสร้างไทยและได้รับการตอบรับเรื่องนี้จากประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ เป้าหมายของร่างกฎหมายคือ เพื่อดูแลผู้สูงวัยในประเทศไทยที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ส่งผลให้สุขภาพไม่ดี ดังนั้นจะปล่อยให้ประเทศไทยมีแต่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยไม่ได้ ไม่เช่นนั้น จะเป็นภาระในการรักษาพยาบาลของภาครัฐ จึงต้องดูแลอย่างจริงจังในการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งในร่างกฎหมายดังกล่าว จะกำหนดให้มีเงินบำนาญให้กับผู้สูงวัยเดือนละ 3,000 บาท และจะมีการส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถทำงานและมีรายได้ ลดภาระของลูกหลานในการดูแลผู้สูงวัยได้ นอกจากนี้ จะเกิดประโยชน์กับภาคเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำได้ เพราะเงินบำนาญเดือนละ 3,000 บาทที่ผู้สูงวัยจะนำไปใช้จ่ายนั้น จะทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้
ด้านนายโภคิน ระบุว่า ขณะนี้มีกฎหมายผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุก็ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุตามช่วงวัย แต่ไม่มากถึงเส้นแบ่งความยากจนที่อยู่ที่ 2,700-2,800 บาท ดังนั้น ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงกำหนดให้ผู้สูงวัยได้รับบำนาญ 3,000 บาทต่อเดือน โดยไม่ได้ตั้งกองทุนขึ้นใหม่ แต่เป็นกองทุนผู้สูงอายุเดิม และยืนยันว่า ไม่ใช่กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่พรรคไทยสร้างไทยไม่มี ส.ส.ในพรรค จึงต้องยื่นประธานสภาฯ พร้อมเชิญชวนประชาชนลงชื่อ 10,000 คนเพื่อผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวให้เข้าสภาฯ