สำหรับกระแสข่าวที่อาจจะย้ายไปร่วมพรรคเสรีรวมไทยนั้น ซึ่งมีหลายพรรคสนใจให้ตนไปร่วมอุดมการณ์ สำหรับพรรคเสรีรวมไทย ยอมรับเป็นพรรคแรกที่ตนอยากเข้าร่วมด้วย แต่ความเป็นไปได้ก็ต้องคุยกัน และหากจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับพรรคเก่า ตนก็ยินดีที่จะเข้าไปร่วม แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นพรรคอื่นๆ แต่หากไม่มีหนทาง ตนก็อาจจะต้องตั้งพรรคเองต่อไป
ส่วนเหตุผลที่งดออกเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งล่าสุดนั้น เพราะตนไม่ยอมเป็นเครื่องมือใคร รู้ว่าแรกเริ่มนั้น รายชื่อรัฐมนตรีในญัตติไม่ไว้วางใจมีเพียง 10 คน แต่มีการดีลลับกับบุคคลแดนไกล ผ่านทางอดีตผู้มีอิทธิพลซึ่งเคยอยู่พรรคพลังประชารัฐ เป็นเหตุให้พรรคใหญ่ในฝ่ายค้าน เติมชื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เข้าไปในญัตติทันที โดย ส.ส. ผู้ต้องรับหน้าอภิปราย นายสุชาติ นั้น เปิดเผยกับต่อตนว่าไม่มีประเด็นโจมตี ต้องไปหาเอาข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ในอดีตตนก็เคยได้รับมอบหมายให้อภิปราย นายสุชาติ และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แต่ไม่มีประเด็นข้อมูลสำหรับอภิปรายให้ตน จึงเห็นได้ว่าการนำรายชื่อรัฐมนตรีต่างๆ มาเป็นนั่งร้านของรัฐบาลนั้น ถือเป็นกลเกมของฝ่ายค้าน
"แก่นของความชั่วร้ายอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี ส่วนรัฐมนตรีท่านอื่นถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเกมการเมือง ผมจึงลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ส่วนรัฐมนตรีอีก 9 ราย ผมได้งดออกเสียงไปทั้งหมด" นายศรัณย์วุฒิ ระบุ