รศ.พญ.ประสบศรี กล่าวอีกว่า ในส่วนยาบัญชี จ.(2) อีก 5 รายการนั้น แม้ว่าจะมีผลต่อการใช้งบประมาณที่เพิ่มขึ้น แต่สามารถใช้งบที่ประหยัดได้จากการใช้ยาบัญชี จ.(2) ตาม 5 รายการใหม่ข้างต้นได้ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 37.23 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ที่ประชุมบอร์ด สปสช. จึงมีมติเห็นชอบในคราวเดียวกัน ได้แก่
1. ยาโวริโคนาโซล (Voriconazole) รักษา invasive fungal infection จากเชื้อ Trichosporon spp
2. ยาริทูซิแมบ (Rituximab inj.) กลุ่มโรคนิวโรมัยอิลัยติสออพติกา (neuromyelitis optica spectrum disorder : NMOSD) ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือมีข้อห้ามใช้ยา ยาเพรดนิโซโลน (prednisolone)+เอซาไธโอพรีน (azathioprine)
3. ยาเม็ดนิติซิโนน (Nitisinone) รักษาโรคไทโรซีนีเมียชนิดที่ 1 ให้เฉพาะการรักษาก่อนปลูกถ่ายตับ
4. ยาซิสทีมีน ไบทาร์เทรต (Cysteamine bitartrate) สำหรับผู้ป่วย Nephropathic Cystinosis
5. ยาซัพโพรเทอริน (Sapropterin) (BH4) รูปแบบ oral form สำหรับวินิจฉัยแยกโรคและรักษาโรคภาวะกรดอะมิโนฟีนิลอะลานีนสูงจากภาวะพร่องเตตราไฮโดรไบโอเทอริน (BH4) และโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria : PKU)
“จากกลไกพัฒนาระบบยานี้ ตลอดระยะเวลา 19 ปี ได้ทำให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเข้าถึงยากลุ่มเข้าถึงยาก เนื่องจากมีราคาแพงได้ เป็นการเพิ่มโอกาสการรักษาให้กับผู้ป่วย ซึ่ง 10 รายการยาใหม่ที่ บอร์ด สปสช. ได้เพิ่มเติมตามบัญชียา จ.(2) จะทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น” รศ.พญ.ประสบศรี กล่าว
อนึ่ง ยาบัญชี จ.(2) หมายถึง รายการยาสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเฉพาะ โดยมีลักษณะ ดังนี้ 1.มีความเหมาะสมที่จะใช้เพียงบางข้อบ่งใช้ 2.มีแนวโน้มจะสั่งใช้ยาไม่ถูกต้อง 3.ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญเฉพาะโรค หรือใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 4.ยาที่มีราคาแพงมาก 5.ส่งผลอย่างมากต่อความสามารถในการจ่ายทั้งจากสังคมและผู้ป่วย
ผู้ใช้บัตรทอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือ คลิกอ่านที่ https://lin.ee/zzn3pU6 และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand
ขอขอบคุณที่มาเพจ : สปสช.