จากกรณีที่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาชี้แจงประเด็นการปลดล็อกกัญชา ตามที่มีข้อกล่าวหาอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยยืนยันว่า สธ. พยายามคุมกัญชา ไม่เกิดสุญญากาศกฎหมาย และ ไม่ผิดข้อตกลงอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด ค.ศ. 1961 เพราะทางองค์การสหประชาชาติได้มีการตัดการควบคุมกัญชาออกจากตารางที่ 4 หรือ กลุ่มยาเสพติดที่มีความเสี่ยงในระดับสูงสุด ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกออกไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ นักวิชาการด้านกฎหมายยาเสพติด อดีตกรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า การชี้แจงของกระทรวงสาธารณสุขมีหลายจุดที่คลาดเคลื่อนกับข้อเท็จจริง
โดยข้อสำคัญคือพืชกัญชา ถือเป็นยาเสพติดตาม อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด ค.ศ.1961 ปัจจุบัน ยังไม่มีประเทศใดที่มีกฎหมายถอดพืชกัญชาออกจากยาเสพติด แม้แต่ประเทศที่อนุญาตให้มีการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้ เช่น บางมลรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา อุรุกกวัย กฎหมายของประเทศเหล่านี้ก็ยังถือว่าต้นกัญชา (cannabis plant) เป็นพืชเสพติดที่ต้องควบคุม ดังนั้นไทยถือเป็นประเทศแรกในโลก ที่ปลดกัญชาพ้นบัญชียาเสพติด
เห็นได้ชัดว่า รัฐบาลอื่นทุกประเทศมิได้มีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนปลูกกัญชาเหมือนประเทศไทย ไม่มีการร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาเหมือนกับในร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ของพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ผู้ต้องการปลูกกัญชามาใช้ระบบการจดแจ้งได้ ก็เท่ากับว่าใครๆ ก็ปลูกได้ เปิดช่องให้มีการใช้หรือเสพกัญชาได้เสรีที่ไม่เหมาะสม ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และผลกระทบอื่นๆ