1.ในฐานะที่เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่รอบคอบ ไม่ระมัดระวังในการดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้บุคคลแวดล้อมและพวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชน โดยละเว้นและเพิกเฉยต่อการทุจริตในภาครัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง โดยไม่ใส่ใจที่จะป้องปราม
2.มีพฤติการณ์จงใจสมคบคิดเป็นตัวการ ในลักษณะแบ่งแยกหน้าที่กันทำทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในลักษณะช่วยเหลือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชน ไม่ระงับยับยั้งการปฏิบัติราชการใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
ทั้งสองเรื่องนี้เป็นมหากาพย์การโกง ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดทำกันเป็นขบวนการ จัดฉากเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนเพียงรายเดียว นั่นคือความพยายามที่จะต่อสัญญาโครงการน้ำประปาปทุมธานี-รังสิตกับการประปาส่วนภูมิภาคไปอีก 20 ปี เป็นการกระทำผิดเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนพ.ศ. 2562 ถ้ายังคงไม่ยับยั้งกระบวนการเหล่านี้ ก็จะเป็นเหมือนกับที่ตนได้บอกมาแล้วจะถูกกล่าวหาว่ากินแม้กระทั่งน้ำประปา งานนี้พล.อ.อนุพงษ์ ดิ้นไม่รอดแน่นอน เพราะผลประโยชน์ของโครงการนี้มันหอมหวล