เมื่อลุงของเท็ตสึยะเห็นแบบนี้แล้วก็เลยเลิกให้เงินช่วยเหลือ เพราะรู้ดีว่ามันจะไปจมอยู่ที่โบสถ์อีก เท่าที่รู้เงินที่บริจาคไปทั้งหมดน่าจะมากกว่า 100 ล้านเยน (26 ล้านบาท) พอเท็ตสึยะจบมัธยมปลายเขาไม่มีเงินเรียนต่อ แม้ลุงจะช่วยเหลือแต่เขากลับเลิกเรียนและไปสมัครเป็นทหารในกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล และประจำการอยู่ 3 ปี แม้ตอนแรกสื่อจะรายงานว่าเขาไม่ได้มีปัญหากับใครตอนที่เป็นทหาร แต่แท้จริงแล้วเขามีเรื่องกับคนอื่นในกรม ถึงขั้นฆ่าตัวตายด้วยการดื่มน้ำมันเบนซินผสมเหล้า แต่เกิดเปลี่ยนใจเรียกรถพยาบาลเลยรอดมาได้... ตอนที่เป็นทหารครอบครัวของเขาถูกประกาศให้ล้มละลาย ก่อนที่พี่ชายจะฆ่าตัวตายเมื่อปี 2558
หลังออกจากกรมทหาร เท็ตสึยะไปทำงานบริษัทแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันไซแต่ลาออกเมื่อเดือนเมษายน โดยอ้างปัญหาสุขภาพ อดีตเพื่อนร่วมงานเล่าว่า ตอนแรกที่เข้าไปทำงานใหม่ ๆ ก็ดูสุภาพเรียบร้อย แต่พอผ่านไปครึ่งปีก็เริ่มมีปัญหาเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ เมื่อออกจากงานก็กลายเป็นคนตกงานจนถึงวันที่เขาก่อเหตุช็อกโลก
แม้ว่าลุงของเท็ตสึยะจะส่งหนังสือถึงโบสถ์ให้ชี้แจงเรื่องเงินบริจาคของแม่เท็ตสึยะ และทางโบสถ์ได้พยายามรอมชอมด้วยการคืนเงิน 50 ล้านเยน แต่หลังจากนั้นแม่ของเท็ตสึยะก็เอากลับไปบริจาคเหมือนเดิม น้าของเท็ตสึยะซึ่งเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่ บอกว่าพ่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวพี่สาวมาโดยตลอด เพราะเห็นว่าขาดเสาหลักคือพี่เขยไปและมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกอีก 3 คน แต่เมื่อเห็นว่าเงินถูกใช้ไปกับการบริจาคก็เลยไม่ยอมให้เงินอีก และกลายเป็นพี่น้องไม่มองหน้ากัน เธอสงสารเท็ตสึยะและเห็นว่าการที่เขาไปฆ่าคนอื่นเพื่อระบายความอัดอั้นและความคับแค้นใจ ก็ เพราะไม่กล้าฆ่าแม่ของตัวเองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวล่มสลายที่แท้จริง
หลังเกิดเรื่องแม่ของเท็ตสึยะได้ ขอโทษต่อความผิดของลูกชายที่ทำ "สิ่งเลวร้าย" ลงไป แต่ไม่ยอมโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด...