2 โจรปลดกำไลคุมประพฤติ 2 เดือน วิ่งราว 9 คดี
11 ก.ค. 2565 | sitthichai_nak

ตำรวจนครบาล แถลงจับ 2 คนร้าย ประวัติก่อคดีวิ่งราวทรัพย์ โชกโชน เมินโอกาสทางสังคม ปลดกำไลคุมประพฤติ ตระเวนก่อเหตุทั่วกรุงรวม 9 คดี ภายในเวลา 2 เดือน //
ข่าว
11 ก.ค. 2565 | sitthichai_nak

ตำรวจนครบาล แถลงจับ 2 คนร้าย ประวัติก่อคดีวิ่งราวทรัพย์ โชกโชน เมินโอกาสทางสังคม ปลดกำไลคุมประพฤติ ตระเวนก่อเหตุทั่วกรุงรวม 9 คดี ภายในเวลา 2 เดือน //
วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 เวลา 11.45 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น. ) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. ร่วมแถลงการจับกุม นายประเวช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ได้ที่บ้านพักย่าน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และ จับกุมนาย ศตวรรษ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ได้จากที่พักย่าน ถนนพระรามสาม เขตยานนาวา กรุงเทพฯ
พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 6 กง 3407 กรุงเทพมหานคร , รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาวแดง หมายเลขทะเบียน 2ขฆ 7405 กรุงเทพมหานคร และชุดที่ใช้ในวันก่อเหตุ รวมถึง กำไล อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว : Electronic Monitoring). หรือ กำไล อีเอ็ม ที่ผู้ต้องหา ถอดไว้ ก่อนลงมือตระเวนก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา รวม 9 คดี
โดยคดีที่ 1 เหตุเกิด วันที่ 2 พฤษภาคม ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง , คดีที่ 2 เหตุเกิด วันที่ 23 พฤษภาคม ในพื้นที่ สน.ท่าข้าม , คดีที่ 3 เหตุเกิดวันที่ 31 พฤษภาคม ในพื้นที่ สน.สุทธิสาร , คดีที่ 4 เหตุเกิดในวันที่ 1 มิถุนายน พื้นที่ สน.พญาไท , คดีที่ 5 เหตุเกิดวันที่ 1 มิถุนายน พื้นที่ สน.พหลโยธิน , คดีที่ 6 เหตุเกิดวันที่ 2 กรกฎาคม พื้นที่ สน.บางซื่อ , คดีที่ 7 เหตุเกิดวันที่ 3 กรกฎาคม พื้นที่ สน.สุทธิสาร , คดีที่ 8 เหตุเกิดวันที่ 5 กรกฎาคม พื้นที่ สน.สุทธิสาร และ คดีที่ 9 เหตุเกิดวันที่ 6 กรกฎาคม พื้นที่ สน.บางซื่อ
ขณะที่การสืบสวนของตำรวจนครบาล ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งของกรุงเทพฯ
และ เอกชน กว่า 100 ตัว จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด รวมระยะทางก่อเหตุกว่า 100 กิโลเมตร ในพื้นที่รับผิดชอบสถานีตำรวจ 15 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ จากการตรวจประวัติผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พบว่า นายประเวช มีคดีวิ่งราวทรัพย์ 5 คดี , คดีบุกรุกเคหสถานเวลากลางคืน 1 คดี , คดีต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน (ยิงต่อสู้) 1 คดี จำคุกตั้งแต่ปี 2560 พ้นโทษเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 และถูกจับกุมอีกครั้งเมือวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ในคดี พ.ร.บ.อาวุธปืน อยู่ระหว่างประกันตัว และ อยู่ระหว่างติดกำไลข้อเท้าอีเอ็ม
ส่วน นายศตวรรษ มีประวัติวิ่งราวทรัพย์ จำคุกตั้งแต่ปี 2560 พ้นโทษเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2564 และถูกจับกุมต่อเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ในคดี พ.ร.บ.อาวุธปืน และอยู่ระหว่างการประกันตัว ติดกำไลข้อเท้าอีเอ็มเช่นกัน โดยทั้งสองคนรู้จักกันในคุก และเมื่อพ้นโทษออกมาก็ได้มาลงมือก่อเหตุด้วยกัน
โดยพฤติการณ์ของคนร้าย มักเลือกเหยื่อเป็นผู้หญิง ที่สะพายกระเป๋าลักษณะคล้องกับข้อมือ หรือ สะพายไหล่ข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อสบโอกาส คนร้ายจะขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าประชิดและกระชากกระเป๋าหลบหนี จึงอยากให้ประชาชนระมัดระวังตัวในการสัญจรให้มาก และหากมีการสะพายกระเป๋าแบบสะพายเฉียงกับลำตัว คนร้ายอาจกระชากจนทำให้ผู้เสียหายล้มลงได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
เบื้องต้น นายประเวช ให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์จริง และขณะเข้าจับกุมพบกำไลข้อเท้าถูกถอดทิ้งไว้ในบ้าน ส่วนนายศตวรรษ ยังให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจพบพิรุธว่าผู้ต้องหาบางครั้งจะไม่ใส่กำไลข้อเท้าอีเอ็ม ตำรวจจึงควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป