กลับมีข้อความเด้งกลับมาบอกว่าตนทำรายการผิด จะต้องมีค่าดำเนินการแก้ไขข้อมูลเปลี่ยนเอกสารใหม่ แต่ขั้นตอนการเปลี่ยนเอกสารใหม่จะต้องโอนเงินเข้าไปในระบบจำนวน 70,000 บาท แล้วระบบถึงจะโอนเงินที่กู้ให้ ตนก็หลงเชื่อโอนเงินไปให้รอบแรก 70,000 บาท แต่พอโอนไปแล้วเขาก็แจ้งว่าทำผิดพลาดอีก ต้องโอนเงินไปอีกก็ยังหลงเชื่อโอนไปครั้งที่สอง 130,000 บาท และครั้งที่สาม 114,823 รวมเป็นเงินที่โอนไปทั้งหมด 314,823 บาท ก็ยังบอกว่าผิดเงื่อนไขอีกบอกให้โอนเงินไปเป็นครั้งที่สี่ อีก 166,666 บาท ถึงจะได้รับเงินกู้และยอดเงินที่โอนไปเพื่อแก้ไขข้อมูลคืนให้ ตนก็เริ่มเอะใจว่าทำไมระบบถึงผิดพลาดต้องโอนเงินไปแก้ไขหลายครั้ง เชื่อว่าน่าจะถูกหลอกจึงตัดสินใจหยุดโอนแล้วนำหลักฐานเข้าแจ้งความ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าวมาดำเนินคดี และนำเงินที่ถูกหลอกโอนไปมาคืนด้วย
น.ส.นิด ยังพูดทั้งน้ำตาด้วยว่า หลอกได้กระทั่งคนพิการ ทำไมไม่เห็นใจสงสารกันบ้าง ตนทำงานทุกวันกว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท ตั้งใจว่าจะเอาเงินเก็บสะสมจากการขายลอตเตอรี่สร้างบ้านของตัวเอง แต่กลับมาถูกมิจฉาชีพหลอก ที่หลงเชื่อเพราะคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารจริงๆ ก็อยากฝากเป็นอุทาหรณ์กับคนอื่นด้วยว่าอย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ โดยเฉพาะผู้ที่ติดต่อมาทางโทรศัพท์อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด อาจถูกหลอกสูญเสียเงินเหมือนตนเอง
ภาพ/ข่าว: สุรชัย พิรักษา สำนักข่าวเนชั่น จ.บุรีรัมย์