ล่าสุด ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สิน รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ของครอบครัวนี้
เรื่องนี้จึงนำมาสู่คำถามสำคัญเกี่ยวกับเงินบริจาคพรรคการเมือง เพราะกฎหมายไม่ได้พิจารณาเฉพาะจำนวนเงินหรือชื่อผู้บริจาคเท่านั้น
มาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ห้ามพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรครับบริจาคโดยรู้หรือควรจะรู้ว่า เงินได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา 74 ห้ามรับบริจาคจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลต่างประเทศ และบุคคลหรือนิติบุคคลบางประเภทที่เป็นช่องทางรับเงินจากแหล่งต้องห้าม
มาตรา 77 ให้อำนาจและกำหนดหน้าที่ กกต. ในการตรวจสอบความถูกต้องของการบริจาคเงินแก่พรรคการเมือง
มาตรา 92 (3) หากพรรคการเมืองฝ่าฝืนมาตรา 72 หรือ 74 และพิสูจน์ได้ตามกระบวนการกฎหมาย อาจนำไปสู่การยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญ
การมีทรัพย์สินจำนวนมาก หรือมีคู่สมรสลงทุนในธุรกิจบ่อนพนันออนไลน์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าเงินบริจาคเป็นเงินผิดกฎหมาย แต่เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สิน การตรวจสอบเงินบริจาคก็ควรลงไปถึงต้นทางของเงินด้วย
และนี่คือส่วนที่ยากที่สุดของการตรวจสอบ จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าเงินจำนวนใด มาจากธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมาย และเงินจำนวนใดอาจมีที่มาจากการกระทำผิดกฎหมาย?
ในเมื่อ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินครอบครัวสุชาดาแล้ว กกต. ได้ตรวจสอบที่มาของเงินบริจาคให้พรรคภูมิใจไทยด้วยหรือยัง?
เพราะหากพบว่า เงินบริจาคมาจากแหล่งต้องห้าม และพิสูจน์ได้ว่าพรรคฝ่าฝืนกฎหมาย ผลที่ตามมาอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัว น.ส.สุชาดา แต่อาจกระทบถึงสถานะของพรรคภูมิใจไทยเอง
และนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถลอยแพ น.ส.สุชาดาได้ง่าย ๆ เพราะหากปัญหาไม่ได้จบอยู่ที่ตัวบุคคล แต่มีประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวพันถึงพรรค การตัดความสัมพันธ์ทางการเมือง ก็ไม่ได้ทำให้ความรับผิดตามกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหมดไปด้วย