และโพสต์ล่าสุดในวันนี้
เคยบอกหลายที ว่า ควรยกเลิก
การใช้ "เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ หรือเทอร์โมสแกน" ได้แล้วครับ .. นอกจากมันจะไม่ค่อยช่วยอะไรเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมโรคโควิด-19 แล้วยังสร้างผลเสียอีกด้วย
เครื่องเทอร์โมสแกนนี่ เราเอามาใช้ตามประเทศจีน ที่ตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาดโรคโควิด นั้นเข้าใจว่า มันเป็นโรคไข้หวัดชนิดหนึ่ง และผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วย จะเป็นไข้
แต่ความจริงแล้ว ผู้ติดเชื้อกว่า 50% จะไม่มีอาการใดๆ ของโรคออกมาเลย หรือที่เราเรียกว่า asymptomatic ... ขณะที่ผู้ที่แสดงอาการป่วยนั้น ก็มีแค่บางส่วนที่เป็นไข้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็น
การนำเครื่องพวกนี้มาใช้ จึงส่งผลเสียได้ เพราะคนเข้าใจผิดเยอะว่าตัวเองไม่ได้ติดโรคโควิด เมื่อเข้าไปในพื้นที่โดยผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนไปแล้ว ก็สามารถไปแพร่เชื้อโรคได้อยู่ดี เราเรียกว่าปัญหา false sense of security
ยังไม่นับรวมเรื่องความแม่นยำของเครื่อง ที่มีปัญหากันมาตลอด เช่น วัดออกมาแล้วอุณหภูมิต่ำกว่าความเป็นจริง วัดยังไงก็ไม่แสดงความเป็นไข้สักที
ดังนั้น จะเห็นว่าในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะทางตะวันตกนั้น ไม่ได้นิยมใช้เครื่องพวกนี้ แต่ไปเน้นเรื่อง "การใส่หน้ากากอนามัย" ซึ่งมีหน้าที่หลักในการลดการแพร่เชื้อออกจากร่างกายของเรา เพื่อลดปัญหาที่ไม่รู้ตัวว่าเราเป็นผู้ติดเชื้อหรือเปล่า
(นั่นคือประเด็นที่ว่า ทำไมองค์การอนามัยโลก WHO ในช่วงแรกถึงบอกว่า คนที่ไม่ป่วยไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย เพราะไม่ทราบกันว่า ถึงไม่มีอาการป่วย แต่ก็อาจจะแพร่เชื้อโควิดได้)
ทีนี้ พอทั่วโลกมีชุดตรวจ atk ใช้ในการตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด (ซึ่งไทยเรา มีใช้หลังประเทศอื่นนานทีเดียว) ความนิยมในการใช้เครื่องเทอร์โมสแกน ก็ยิ่งแทบไม่เห็นเลย เพราะไม่ค่อยมีประโยชน์และมีโทษด้วยซ้ำ
สรุปว่า ก็เลิกๆ ใช้ไปเถอะครับ เสียเวลาเปล่าๆ ในการใช้ของพวกนี้ ... เน้นเรื่องการใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเข้าสู่พื้นที่แออัด หรือทำการตรวจ atk ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ก็เพียงพอแล้วครับ
ขอขอบคุณ ที่มา : อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์