เนชั่นทีวี

ข่าว

พลังงาน โต้ "กรณ์" ชี้ ค่ากลั่นน้ำมันไม่ถึง 8.56 บาท แต่ยอมรับราคาสูงเกินจริง

14 มิ.ย. 2565 | tinakit_rat

พลังงาน โต้ "กรณ์" ชี้ ค่ากลั่นน้ำมันไม่ถึง 8.56 บาท แต่ยอมรับราคาสูงเกินจริง

"พลังงาน" โต้ "หัวหน้าพรรคกล้า" ชี้ ค่าการกลั่นน้ำมันไม่ถึง 8.56 บาท แจง ใช้วิธีคำนวณต่างกัน แต่ยอมรับราคาเพิ่มขึ้น พร้อมเปิดข้อมูลค่าเฉลี่ยการกลั่น 10 ปีที่ผ่านมา

14 มิถุนายน 2565 นายสมภพ  พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน  กล่าวถึงกรณี พรรคกล้า แสดงความเห็นเรื่องค่าการกลั่นน้ำมันที่สูงเกินความเป็นจริงถึง 10 เท่า หรือประมาณ 8.56 บาทต่อลิตร ว่า จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ซึ่งมีการเผยแพร่ค่าการกลั่นมาต่อเนื่องบนเว็บไซต์ 

พลังงาน โต้ "กรณ์" ชี้ ค่ากลั่นน้ำมันไม่ถึง 8.56 บาท แต่ยอมรับราคาสูงเกินจริง  

สำหรับ วิธีการคำนวณค่าการกลั่น ด้วยการนำราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยจากทั้ง 3 แหล่ง ได้แก่ ดูไบ โอมาน และทาปิส (Tapis)ของมาเลเซีย มาเฉลี่ยกับค่าน้ำมันสำเร็จรูปทุกประเภทที่ผลิตได้จากโรงกลั่นนั้น ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ในน้ำมัน 1 ลิตร  สามารถกลั่นออกมาได้เป็นทั้งเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเตา โดยที่แต่ละชนิดน้ำมันจะมีราคาที่แตกต่างกัน

 

"การที่นำราคาน้ำมันสำเร็จรูปมาลบกับราคาน้ำมันดิบ อาจจะไม่ใช่ค่าการกลั่นที่แท้จริง  เนื่องจากโรงกลั่นจะมีการกลั่นน้ำมันหลายชนิดทั้งที่มีราคาถูก และแพง  โดยจากข้อมูลที่พรรคกล้านำมาเสนอ  เป็นการใช้ข้อมูลจากราคาน้ำมันดิบเพียงแหล่งเดียว ไม่ใช่ 3 แหล่งแบบที่ สนพ. ใช้คำนวณ"

นอกจากนี้ ในช่วงปี 63-64 ยังเป็นปีที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ไม่ปกติ ความต้องการใช้น้ำมันมีไม่มาก ค่าการกลั่นจึงอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก

 

แต่ยอมรับว่าค่าการกลั่นในปัจจุบันอาจจะมีราคาที่สูงเกินจริง แต่ไม่ถึงขนาดราคา 8.56 บาทต่อลิตรตามที่พรรคกล้านำเสนอข้อมูล โดยค่าการตลาดเดือน มิ.ย. อยู่ที่ประมาณ 5.56 บาทต่อลิตร ส่วนเดือน พ.ค. อยู่ที่ 5.2 บาทต่อลิตร 

พลังงาน โต้ "กรณ์" ชี้ ค่ากลั่นน้ำมันไม่ถึง 8.56 บาท แต่ยอมรับราคาสูงเกินจริง

โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวอีกว่า ข้อมูลค่าการกลั่นเฉลี่ยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้แก่

 

  • ปี 55 อยู่ที่ 2.15 บาทต่อลิตร
  • ปี 56 อยู่ที่ 2.2 บาทต่อลิตร
  • ปี 57 อยู่ที่ 2.35 บาทต่อลิตร
  • ปี 58 อยู่ที่ 2.43 บาทต่อลิตร
  • ปี 59 อยู่ที่ 1.813 บาทต่อลิตร
  • ปี 60 อยู่ที่ 2.16 บาทต่อลิตร
  • ปี 61-62 อยู่ที่ประมาณ 1.70 บาท

 

"โดยสรุปช่วง 10 ปีที่ผ่านมาค่าการกลั่นเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 บาทต่อลิตร  ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนขึ้นลงตามสถานการณ์ความต้องการใช้ในตลาดโลก" 

สำหรับค่าการกลั่นน้ำมันที่พรรคกล้า โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ออกมาให้ข้อมูล ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา(อ่านรายละเอียดที่นี่) ประกอบด้วย 

 

  • วันที่ 10 มิ.ย. 63 ราคาน้ำมันดิบดูไบเมื่อเทียบเป็นราคาเงินบาทจะอยู่ที่ 8.10 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นต้นทุนที่โรงกลั่นต้องซื้อมา ขณะที่เฉลี่ยราคาขายสำเร็จรูปอยู่ที่ 8.99 บาทต่อลิตร ต้นทุนการกลั่นอยู่ที่ 88 สตางค์ต่อลิตร
  • วันที่ 10 มิ.ย. 64 ราคาน้ำมันดิบดูไบเมื่อเทียบเป็นราคาเงินบาทจะอยู่ที่ 14.01 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นต้นทุนที่โรงกลั่นต้องซื้อมา ขณะที่เฉลี่ยราคาขายสำเร็จรูปอยู่ที่ 14.88 บาทต่อลิตร ต้นทุนการกลั่นอยู่ที่ 87 สตางค์ต่อลิตร
  • วันที่ 10 มิ.ย. 65  ราคาน้ำมันดิบดูไบเมื่อเทียบเป็นราคาเงินบาทจะอยู่ที่ 25.92 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นต้นทุนที่โรงกลั่นต้องซื้อมา ขณะที่เฉลี่ยราคาขายสำเร็จรูปอยู่ที่ 34.48 บาทต่อลิตร  ต้นทุนการกลั่นอยู่ที่ 8.56 บาทต่อลิตร

 

"จากตัวเลขดังกล่าวถือว่าค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น 10 เท่า ทั้งที่ต้นทุนการกลั่นไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบสูงขึ้น แต่ราคาขายก็สูงขึ้น แต่ส่วนต่างกำไรของเหล่าโรงกลั่นไทยเพิ่มเกือบ 10 เท่า  ซึ่งเป็นภาระของประชาชน ภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นหนี้มากขนาดนี้ โดยปัจจุบันติดลบ 8.6 หมื่นล้าน  และไม่มีคำอธิบายว่าทำไมรัฐปล่อยให้มีการทำกำไรมากขนาดนี้  ขณะที่ประชาชนเดือดร้อน" นายกรณ์กล่าวและว่า

 

พลังงาน โต้ "กรณ์" ชี้ ค่ากลั่นน้ำมันไม่ถึง 8.56 บาท แต่ยอมรับราคาสูงเกินจริง

ข่าวล่าสุด