ชูวิทย์ - ศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลการเมืองเป็นศาลที่เขาเรียกว่าใช้กฎหมายมหาชน ดังนั้นการที่จะให้ศาลตัดสิน ผมก็คิดว่าในฝั่งรัฐบาลมีการคุย เชื่อว่าอย่างนั้น 9 เสียงใช่ไหม ผมไม่รู้แต่อาจจะมาเป็น 6 ต่อ 3 จะมาเป็น 5 ต่อ 4 คุณจำไม่ได้หรือไงอดีตทักษิณตอนนั้นที่บอกบกพร่องโดยสุจริต นี่คือสิ่งที่บางครั้ง คนที่มองการเมืองอาจจะมองว่าหลุดแน่นอน ผมจะบอกอะไรให้ในการเมืองในถ้าคุณเห็นคุณอย่าเชื่อ ถ้าคุณฟังไม่จริงถ้าคุณเห็นอย่างนี้ เขาบอกว่าไปแน่เลย 3 เรื่องนี้
แต่ผมบอกได้เลยว่า 3 เรื่องนี้เรื่องเล็กผ่านหมด
1.ที่ผมพูดอย่างนั้นเพราะว่าเรื่องการที่เลือกตัดงบประมาณรายจ่าย ถ้าคุณไม่ผ่านทั้งหมดไม่ได้นักการเมืองทั้งหมดก็ไม่ได้ ฝ่ายค้านจะเอาที่ไหนไปลงพื้นเอาที่ไหนที่จะไปบอกประชาชนว่า โอเคคุณด่าได้ งบประมาณผมคิดว่าไม่ใช่สาระสำคัญ
2.อภิปรายไม่ไว้วางใจคุณฝ่ายค้านก็พูดเรื่องที่อภิปรายเยอะแยะเรื่องโน้นเรื่องนี้เรื่องอาวุธใช้จ่ายเรื่องอะไร แต่ผมก็เห็นผ่านทุกทีเที่ยวก่อนเดินหิ้วกระเป๋าที่บอกข้อมูลในกระเป๋าที่เดินถือไปสิบกว่าใบแต่ถามว่าผ่าน คือการเตรียมการก็ต้องเตรียมแต่รัฐบาลจะพลาดอยู่อย่างเดียว Accident จะมี Accident คุณสังเกตดูได้รัฐบาลไหนล้ม มี Accident ทั้งนั้น พลิกอยู่นิดเดียวไม่ได้มาแบบว่าอุ้ยอนาคตเล่นอภิปรายไม่ไว้วางใจโอ๊ยนี่มันโดนแน่นอน
วราวิทย์ - ถ้ามองเห็นเส้นทางข้างหน้าเลยว่าจะเจออะไรบ้างส่วนใหญ่ไม่เคยพลาด หรืออย่างคุณยิ่งลักษณ์ย้ายเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติแบบนี้ ปมเล็กๆแบบนี้
ชูวิทย์-แล้วปมเล็กๆแบบนี้มันก็จะมีคนมาเล่นมีคนมาร้องแบบเดียวกับชัชชาติตอนนี้จะต้องบอกนะยังไม่ใช่ผู้ว่าฯ ยังเป็นว่าที่เพราะกกต.ยังไม่รับรอง ที่นี้มันก็ต้องว่ากระแสกับกฎหมายก็ต้องไปดูวัดใจกกต.
พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคฝ่ายค้านหลักแต่ถามว่าเกือบ 4 ปีแล้วทำไมคุณล้มไม่ได้แล้วคุณจะมาล้มเกือบสุดท้ายเลยเหรอ ไล่ปี 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4 ปีนี้คุณทำอะไรอยู่เหรอ ถ้าคุณทำได้คุณทำไปนานแล้ว เพราะคุณทำไม่ได้ไง แล้วเพราะอะไรทำไม่ได้เพราะมันมีพรรคเล็กอยู่ซึ่งพรรคเล็กสำคัญนะ แล้วคนที่คุมคือใคร "ร.อ.ธรรมนัส"หรือเปล่า
วราวิทย์ - คุณชูวิทย์คิดว่าพรรคเศรษฐกิจไทยของผู้กองธรรมนัสที่จะขึ้นมานำทัพแทนพลเอกวิชญ์ ที่บอกต่อรอง ต่อรองอะไรเก้าอี้รัฐมนตรีเหรอ
ชูวิทย์ -ผลประโยชน์ในทางการเมืองมีการต่อรองกันเยอะแยะ คือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ผลประโยชน์นั้นได้ตกกับประชาชน ตกกับพื้นที่ของตัวเอง อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่จะให้การเมืองยอมกันง่ายๆไม่มีทาง มาถึงวันนี้แล้ว "ร.อ.ธรรมนัส"กับ"พล.อ.ประยุทธ์" ยืนอยู่คนละฝั่ง การยืนอยู่คนละฝั่งแล้วอยู่ๆว่าคุณไปสนับสนุน เหมือนมวยล้ม แต่ลึกๆตกลงกันว่ายังไงผมเชื่อว่ามีการขอกัน แต่ว่าขอกันแล้ว"บิ๊กน้อย"อาจจะมาพูดว่าไม่โอเค พอไม่โอเคอย่างนี้ท่านก็ต้องไปเพราะท่านเป็นเป็นสุภาพบุรุษ