"อัจฉริยะ" เผยเตรียมลุยฟ้องแหลกผู้เกี่ยวข้องคดีแตงโม หลังได้รับอำนาจจากคุณแม่ หมายหัว ตร.ชุดสืบสวนและพลเรือนรายหนึ่ง พร้อมเตรียมควงคุณแม่แจงเหตุผลให้มือถือแตงโมกับบังแจ็คที่สภา พรุ่งนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (2 พ.ค.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ไลฟ์สดผ่านยูทูบ โคนัน เมืองไทย กล่าวถึงการเข้าเป็นที่ปรึกษาคดี "แตงโม นิดา" ให้กับนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของ แตงโม นิดา ว่า ได้รับโทรศัพท์เชิญจากคุณแม่ของแตงโมให้เป็นที่ปรึกษาทางคดี โดยมีเงื่อนไขว่า ทีมกฎหมายในการทำคดีจะเป็นทีมงานของชมรมฯ เป็นหลัก และมีทีมทนายของ ส.ส.เต้ เป็นผู้ช่วย ส่วนตัวของ ส.ส.เต้ นั้นจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานขอเอกสารในนามพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (27 พ.ค.) จะมีการแถลงร่วมกันที่ กมธ. รัฐสภา เวลาบ่ายโมง จากนั้นจะมีการแต่งตั้งทนาย โดยให้ทนายของทีมงานฯ เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขอเอกสารยินยอมจากคุณแม่ เพื่อความสะดวกในการทำคดี 

 

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนและ ส.ส.เต้ เป็นที่ปรึกษาในคดี ยืนยันว่า จะให้คำปรึกษาที่ดีที่สุดกับคุณแม่ ส่วนคุณแม่นั้นไม่ต้องฟ้องใคร ร้องเพลงอย่างเดียวพอ ส่วนเรื่องการใช้กฎหมายเป็นหน้าที่ของตนที่จะดำเนินการกับคนบนเรือและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะมีการดำเนินคดีกับพลเรือนที่ทำลายหลักฐานและให้การเท็จด้วย ตอนนี้เรากำลังไล่ดำเนินคดีกับข้าราชการและพลเรือนที่ให้การเท็จในคดีอยู่ 


 

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุนั้น แตงโมมีการถ่ายภาพไว้นับพันภาพรวมถึงคลิปหลายคลิป แต่ปรากฏหลังเกิดเหตุ มีการลบภาพไปกว่า 500 ภาพ และ 2 คลิป ทำให้เราเชื่อว่า มีคนคนหนึ่งเป็นคนสั่งให้ทำลายหลักฐาน และเป็นคนที่เอามือถือแตงโมไปไว้ที่ตัวเองหนึ่งวันก่อนส่งคืนให้คุณแม่ ซึ่งเรื่องนี้คุณแม่ทราบและไปปรึกษาคนคนหนึ่งที่อิงแต่ ตร. เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร 

 

และเมื่อมีบังแจ็คเข้ามาและบอกว่า สามารถกู้ภาพคืนได้ คุณแม่จึงให้มือถือกับบังแจ๊คไป และสามารถกู้คืนภาพได้บางส่วน แต่ไม่ได้มีการส่งภาพกลับมา แต่นำไปเปิดเผยในเพจแตงโมและเพจที่สร้างขึ้นโดยบังแจ็ค รวมถึงมีการส่งภาพที่ไม่เหมาะสมให้กับคนอื่น ซึ่งกรณีนี้บังแจ็คจะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมฯ และในวันที่ 2 มิ.ย. นี้ ตนจะพาคุณแม่ไปพบผู้การตำรวจไซเบอร์ด้วยตัวเอง เพื่อให้ปากคำกรณีการให้มือถือกับบังแจ็ค ส่วนเรื่องการออกหมายจับบังแจ็คนั้นเป็นหน้าที่ของ ตร.ไซเบอร์ ที่จะต้องดำเนินการตามอำนาจ  

 

 

นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของแตงโม นิดา
 

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วงว่าจะมีการปลดทนายอีก เพราะสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น ไม่อิง ตร. และใช้หลักกฎหมาย พยานหลักฐานที่เป็นวัตถุตามนิติวิทยาศาสตร์ มีคุณหญิงหมอพรทิพย์ รวมถึงแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาร่วมกันทวงความยุติธรรมคืนให้กับแตงโม 

 

"ผมรู้จัก ตร.ชุดที่ทำคดีแตงโมมานานกว่า 5 ปี ต้องบอกว่าการทำคดีของแตงโมครั้งนี้ หากเป็นภาษามวยต้องบอกว่าเป็นการต่อยผิดทรง ทำให้เห็นว่ามีข้อพิรุธตามมามากมาย"
 

 

นายอัจฉริยะ ย้ำว่า เชื่อว่าบาดแผลของแตงโมนั้นไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ แต่เกิดจากใบมีดและเกิดขึ้นบนเรือ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตเกี่ยวความผิดปกติของผลการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ที่ไม่สอดคล้องกับภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลล่าสุด 

 

"แม่สงสัยนานแล้วว่า ลูกเขาไม่น่าตกท้ายเรือตาย ตามที่แซนพูด ดังนั้นผมจึงอยากบอกว่า ทุกคนอย่าเพิ่งด่าคุณแม่ และพรุ่งนี้จะให้คุณแม่ได้ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น"  
 

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า การดำเนินการของพวกตน ไม่ได้ฝืนความรู้สึกของตำรวจ หรือก้าวล่วงการทำงานของอัยการจังหวัดนนทบุรี แต่พยานหลักฐานต่าง ๆ ถูกแก้ไขมาโดยตลอด วันนี้เราจึงกล้าดำเนินคดีกับตำรวจชุดที่ทำคดีแตงโมทั้งคณะ โดยเฉพาะตำรวจชุดสืบสวน รวมถึงพลเรือนอีกหลายรายที่ร่วมให้การเท็จ ยกเว้น พฐ. และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 

 

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ยังไม่ยอมเปิดหลักฐานเด็ดตามที่ถูกท้าทายนั้น ก็เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องจากผู้ต้องหา ตนคงไม่โง่ทำตามความสะใจแล้วถูกฟ้องกลับ ตนทำงานมาสิบปีวันนี้ไม่เสียเหลี่ยมใครง่าย ๆ หลักฐานที่มีต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการอย่างถูกต้องก่อน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบร้อนเปิดหลักฐาน และยิ่งเมื่อได้รับอำนาจอย่างชอบธรรมจากคุณแม่ ก็จะยิ่งทำให้ทีมงานของตนดำเนินคดีใครก็ได้ที่ทำผิดในคดีนี้ และหาพยานหลักฐานที่ต้องการ 3 ชิ้นที่ยังขาด มาประกอบวัตถุพยานโดยชอบธรรมตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ตนได้ให้ทีมงานร่างคำฟ้องบุคคลคนหนึ่งไว้แล้ว และจะมีการฟ้องในสัปดาห์หน้า 
 

 

บังแจ็ค ราชา ไฮเดอร์