นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วงว่าจะมีการปลดทนายอีก เพราะสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น ไม่อิง ตร. และใช้หลักกฎหมาย พยานหลักฐานที่เป็นวัตถุตามนิติวิทยาศาสตร์ มีคุณหญิงหมอพรทิพย์ รวมถึงแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาร่วมกันทวงความยุติธรรมคืนให้กับแตงโม
"ผมรู้จัก ตร.ชุดที่ทำคดีแตงโมมานานกว่า 5 ปี ต้องบอกว่าการทำคดีของแตงโมครั้งนี้ หากเป็นภาษามวยต้องบอกว่าเป็นการต่อยผิดทรง ทำให้เห็นว่ามีข้อพิรุธตามมามากมาย"
นายอัจฉริยะ ย้ำว่า เชื่อว่าบาดแผลของแตงโมนั้นไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ แต่เกิดจากใบมีดและเกิดขึ้นบนเรือ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตเกี่ยวความผิดปกติของผลการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ที่ไม่สอดคล้องกับภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลล่าสุด
"แม่สงสัยนานแล้วว่า ลูกเขาไม่น่าตกท้ายเรือตาย ตามที่แซนพูด ดังนั้นผมจึงอยากบอกว่า ทุกคนอย่าเพิ่งด่าคุณแม่ และพรุ่งนี้จะให้คุณแม่ได้ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น"
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า การดำเนินการของพวกตน ไม่ได้ฝืนความรู้สึกของตำรวจ หรือก้าวล่วงการทำงานของอัยการจังหวัดนนทบุรี แต่พยานหลักฐานต่าง ๆ ถูกแก้ไขมาโดยตลอด วันนี้เราจึงกล้าดำเนินคดีกับตำรวจชุดที่ทำคดีแตงโมทั้งคณะ โดยเฉพาะตำรวจชุดสืบสวน รวมถึงพลเรือนอีกหลายรายที่ร่วมให้การเท็จ ยกเว้น พฐ. และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ยังไม่ยอมเปิดหลักฐานเด็ดตามที่ถูกท้าทายนั้น ก็เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องจากผู้ต้องหา ตนคงไม่โง่ทำตามความสะใจแล้วถูกฟ้องกลับ ตนทำงานมาสิบปีวันนี้ไม่เสียเหลี่ยมใครง่าย ๆ หลักฐานที่มีต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการอย่างถูกต้องก่อน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบร้อนเปิดหลักฐาน และยิ่งเมื่อได้รับอำนาจอย่างชอบธรรมจากคุณแม่ ก็จะยิ่งทำให้ทีมงานของตนดำเนินคดีใครก็ได้ที่ทำผิดในคดีนี้ และหาพยานหลักฐานที่ต้องการ 3 ชิ้นที่ยังขาด มาประกอบวัตถุพยานโดยชอบธรรมตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ตนได้ให้ทีมงานร่างคำฟ้องบุคคลคนหนึ่งไว้แล้ว และจะมีการฟ้องในสัปดาห์หน้า