ส่วนของกลางประกอบด้วยสมุดบัญชีเงินฝาก บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือและไอแพด คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ปืนสั้น 2 กระบอก ปืนยาว 1 กระบอก กระสุนปืน 476 นัด (เป็นกระสุนปืนM16 รวม 318 นัด) เอกสารสินเชื่อและเอกสารที่เกี่ยวกับการกู้เงินต่างๆ หลายรายการ นอกจากนี้จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 60,000,000 บาท
ทั้งนี้สำหรับความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และเครื่องกระสุน ได้แยกดำเนินคดีนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ ภ.จว.จันทบุรี ดำเนินคดีต่อไป
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อปลายปี 2564 มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสของกลุ่มเครือข่ายเงินกู้ออนไลน์นอกระบบ “Surecashmanagement” (ชัวร์แคชแมนเนจเม้นท์) มายังศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร) ซึ่งเครือข่ายดังกล่าว เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก ถ้าเป็นผู้กู้รายย่อยที่กู้ในวงเงินไม่สูงมาก ต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 160 ต่อเดือน แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบธุรกิจฯ กู้ในวงเงินที่สูงนั้น จะต้องจ่ายดอกเบี้ยรายวันในอัตราร้อยละ 3 ต่อวัน หรือร้อยละ 90 ต่อเดือน จนกว่าจะมีเงินต้นมาชำระ
จากแนวทางการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายได้ เปิดเว็บไซต์ www.surecashmanagement.com โดยกลุ่มเป้าหมายเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อของเว็บไซต์นี้ ไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐานยืนยันตัวตน และไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน หากเป็นผู้ประกอบธุรกิจฯ กลุ่มคนร้ายจะไปสำรวจกิจการเพื่อประกอบการพิจารณา
เมื่อสินเชื่ออนุมัติแล้ว กลุ่มคนร้ายจะโอนเงินไปให้ผู้กู้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตของธนาคาร โดยจะหักยอดเงินกู้เป็นดอกเบี้ยงวดแรกไว้ก่อน หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ก็จะใช้วิธีการโทรศัพท์ข่มขู่ ไประรานผู้กู้ถึงที่บ้าน ที่ทำงาน หรือสถานประกอบการ