ผศ.ดร. เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ หรือ ดร.ยุ้ย เป็นชาวกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด จบการศึกษาจากโรงเรียนมาแตร์เดอี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะไปศึกษาต่อชั้นปริญญาโทด้านการเงินที่ University of California at Riverside และปริญญาโทและเอกด้านเศรษฐศาสตร์ โดยทุนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ Claremont Graduate University เมื่อสำเร็จปริญญาเอก ได้เข้ามาเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะร่วมช่วยงานของครอบครัวด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท เสนา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
ด้วยความที่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จึงรู้รอบถึงแนวทางการพัฒนาเมืองทันสมัยตามไปด้วย เรียกได้ว่า เป็นมันสมองสำคัญผลักดันแนวนโยบายพัฒนากทม. ให้เป็นผลสำเร็จ ตลอดวาระการทำงานของผู้ว่าฯกทม. พร้อมกันนี้ ยังเป็นแกนหลักในการระดมทีมผู้เชี่ยวชาญ "จุฬาฯคอนเนคชั่น" มาช่วยผู้ว่าฯชัชชาติ เร็วๆนี้ด้วย
ขณะที่การขับเคลื่อนทางการเมือง "ชัชชาติ" ได้รับคำปรึกษาผ่าน บิ๊กเนมที่คว่ำหวอดทางการเมืองมานาน นั่นคือ "นิคม ไวยรัชพาณิช"
เมื่อเอ่ยชื่อกุนซือขมองอิ่มรายนี้ ทำให้คอการเมืองนึกถึงเขาในตำแหน่ง "ประธานวุฒิสภา" ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ขึ้นมาทันที ด้วยการสร้างวีรกรรมทางการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหัวขบวนผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของส.ว. ไม่เป็นไปตามเจตจำนงค์ของรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดกรณีจงใจใช้อำนาจหน้าที่กระทำผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ทำให้เขาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในวันที่ 20 มีนาคม 2557
หลังคสช.เข้ายึดอำนาจ พร้อมประกาศให้มีการเลือกตั้ง นิคม มาตามคำเรียกร้องจากคนแดนไกล ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ลำดับที่ 18 แต่พรรคไทยรักษาชาติ ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคก่อนวันเลือกตั้งนั่นเอง
ถามว่า "นิคม ไวยรัชพาณิช" จับพลัดจับผลูมาเป็นกุนซือชัชชาติได้อย่างไร ประการแรกนอกจากสายสัมพันธ์ทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย สมัย ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ และ ชัชชาติ ก็ดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคม แม้ว่าวันนี้ ชัชชาติจะประกาศว่าเขาสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม.แบบอิสระก็ตาม แต่ในทางการเมืองปฏิเสธไม่ได้เลยความสัมพันธ์จากแกนนำเพื่อไทย ยิ่งลักษณ์ - ทักษิณ กับ ชัชชาติ ก็ยังประสานกำลังทำงานทางการเมือง
ประการต่อมา "นิคม" เคยรับราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดคือ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (ระดับ 10) ก่อนที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จ.ฉะเชิงเทรา ในการเลือกตั้ง เมื่อปี 2551 และได้รับเลือกจากวุฒิสภา ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม เมื่อปี 2551 ฉะนั้น จึงมีประสบการณ์ เกี่ยวกับโครงสร้างภายในกทม. ในการเป็นข้อมูลให้กับ ชัชชาติ
สำหรับ "พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก" อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม อีกหนึ่งบุคคลที่จะเข้ามาเป็นทีมงาน"ชัชชาติ" ในการบริหารกรุงเทพมหานคร โดย พล.อ.นิพัทธ์ นับว่ามีความถนัดเรื่องการพัฒนาและอนุรักษ์เมืองเชิงวัฒนธรรม จะมีชื่อเข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้
ส่วนด้านงานการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่า "พล.อ.นิพัทธ์" เป็นนายทหารเติบโตมาในยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และการเข้ามาร่วมทีมของชัชชาติครั้งนี้ จึงถูกจับตาเพื่อเป็นเกราะด้านการทหาร ให้กับผู้ว่าฯ คนที่ 17 ของชาวกรุงเทพมหานคร