นพ.วิฑูรย์ กล่าวอีกว่า สำหรับสูตรที่ 4 ได้ผ่านการรับรองผลิตภัณฑ์จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. แล้ว ปัจจุบันคณะอนุกรรมการประเมินรายการยาได้พิจารณาบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร และอยู่ระหว่างขั้นตอนการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป นับเป็นยาจากกัญชารายการที่ 4 ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม ที่ได้บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร
นอกจากนี้ อภ.ยังร่วมกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรวม 12 แห่ง ในการเตรียมความพร้อมทางด้านวัตถุดิบ และกำลังการผลิตรองรับการผลิตผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากกัญชาและกัญชง ซึ่งขณะนี้ยังสามารถผลิตได้เพียงพอ
ด้าน ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า โดยหลักการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตามข้อบ่งชี้นั้น ที่ผ่านมาจะใช้อยู่ 2 สูตร คือ น้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี THC เด่น และ น้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี CBD และTHC สัดส่วน 1:1 แต่ที่ผ่านมามีผู้ป่วยบางกลุ่มที่ไม่สามารถรักษาตามสูตรดังกล่าวได้ เนื่องจากต้องใช้หลายหยดมาก โดยความเข้มข้นนี้ไม่ได้
ขณะนั้นกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้ออกน้ำมันสกัดกัญชาสูตรความเข้มข้นสูง แต่ด้วยกำลังการผลิตจึงยังไม่เพียงพอ ดังนั้น ทาง อภ.จึงมาสนับสนุนช่วยเสริมตรงนี้ โดยสายพันธุ์กัญชาที่นำมาปลูกสามารถสกัดออกมาได้มาก จนได้สูตรที่ 4 ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าของเดิมถึง 6 เท่า
เมื่อถามว่าแพทย์ที่รักษาจะต้องเลือกใช้อย่างไร ภญ.นันทกาญจน์ กล่าวว่า แพทย์จะผ่านการอบรมเกณฑ์การใช้ ซึ่งจะใช้ในระดับต่ำก่อนและดูผลตอบลัพธ์เป็นอย่างไร อยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ โดยผู้ป่วยไม่สามารถร้องขอจะใช้สูตรไหนได้ ต้องให้แพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งคลินิกที่ผ่านการขออนุญาตใช้ตามกฎหมายได้
สำหรับการใช้ทาง อภ.จะผลิตตามพรีออเดอร์ ความต้องการใช้ โดยสามารถเข้าไปดูใน เว็บไซต์ขององค์การเภสัชกรรม ได้ว่า มีสถานพยาบาล หรือคลินิกไหนที่ใช้น้ำมันสกัดกัญชาของ อภ. จะมีการอัปเดตข้อมูลในเว็บไซต์
ส่วนอาการข้างเคียงไม่มาก ส่วนใหญ่มีอาการปากแห้ง คอแห่ง อย่างไรก็ตาม กรณีการใช้สูตรที่ 4 ขณะนี้ยังไม่ได้มีการใช้ต้องรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน