มูลค่าหุ้นของอาลีบาบาที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงหายไปทันที 26,000 ล้านดอลลาร์ หลังมีข่าวสะพัดที่สร้างความตื่นตระหนกว่า "แจ็ค หม่า" ถูกจับฐานเป็น "ภัยต่อความมั่นคง" บ่งชี้ว่าเสรีภาพของเขามีความสำคัญ แม้เขาจะอำลาตำแหน่งประธานบริหารไปตั้งแต่ปี 2562 แล้วก็ตาม

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

หุ้นของอาลีบาบา (Alibaba) ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซ สัญชาติจีน ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกง ร่วงหนักถึง 9.4% เมื่อวันอังคาร (3 พฤษภาคม) ทำให้มูลค่าการตลาดหายไป 26,000 ล้านดอลลาร์ (886,000 ล้านบาท) หลังสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (CCTV) รายงานว่ามี บุคคล "แซ่หม่า" ถูกทางการเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ควบคุมตัวภายใต้ "มาตรการบังคับ" เมื่อวันที่ 25 เมษายน ใน ข้อหา "สมคบคิดกับกองกำลังศัตรูที่ต่อต้านจีนในต่างประเทศ" เพื่อ "ปลุมระดมให้เกิดความแตกแยก" และ "ปลุกปั่นให้โค่นล้มอำนาจรัฐ" ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ชายที่ถูกจับคือ "แจ็ค หม่า" ที่เคยรั้งตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีน และเมืองหางโจวก็เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของ "Alibaba Group Holding Limited" ที่แจ็ค หม่า เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ดังนั้นคนที่ถูกจับจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขา

 

ด้วยรายงานข่าวที่คลุมเครือเพียงประโยคเดียว และถูกขยายต่ออย่างรวดเร็วโดยสื่อของทางการอื่น ๆ และยังมีการแจ้งผ่านแพลตฟอร์มข่าวอื่น ๆ ในโลกออนไลน์ ได้ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกจนผู้คนพากันเทขายหุ้นอาลีบาบาในฮ่องกง ทำให้มูลค่าการตลาดหายไป 26,000 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้หู สีจิน บรรณาธิการบริหารสื่อแท็บลอยด์ของทางการ "Global Times" ต้องรีบโพสต์ชี้แจงในเว่ยป๋อ (Weibo) หรือทวิตเตอร์จีนว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยบอกว่าแจ็ค หม่า มีชื่อจีนเพียง 2 พยางค์ว่า หม่า หยุน แต่ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับมีชื่อ 3 พยางค์ 

 

"แจ็ค หม่า" ถูกจับ สะท้อนความรู้สึกของชาวจีน

Global Times ระบุด้วยว่าชายต้องสงสัยเกิดที่เมืองเหวินโจวเมื่อปี 2528  (แจ็ค หม่า เกิดที่หางโจว เมื่อปี 2507) และมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาฮาร์ดแวร์ ของบริษัท  IT แห่งหนึ่ง ซึ่งการชี้แจงนี้ ช่วยทำให้สถานการณ์ของอาลีบาบากระเตื้องขึ้น มูลค่าหุ้นดีดตัวกลับขึ้นมาในวันเดียวกัน 

 

สถานการณ์พลิกผันในตลาดหุ้นเป็นสัญญาณล่าสุดที่ชี้ว่า นักลงทุนที่หวาดวิตกพยายามเอาตัวรอดในขณะที่ภาคเทคโนโลยีของจีน ตกเป็นเป้าของการกวาดล้างด้วยกฎระเบียบที่เข้มงวดนับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา และแม้ทางการจีนจะส่งสัญญาว่าจะบรรเทาความเข้มงวดลง เพราะเจอผลกระทบที่รุนแรงทางเศรษฐกิจ แต่เหตุการณ์ปั่นป่วนที่ตลาดหุ้นเมื่อวันอังคารได้บ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงสั่นคลอน 

 

วิคเตอร์ จื่อ อาจารย์รัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ให้ความเห็นว่าเรื่องนี้เป็นสัญญาณเตือนแปลก ๆ ไปถึงภาคเทคโนโลยี หรืออาจจะเป็นตัวแจ็ค หม่า เป็นการส่วนตัวก็ได้ใครจะรู้ เพราะมัน พิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลทำให้มูลค่าการตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่หายไปหลายล้านดอลลาร์โดยไม่จำเป็นต้องจับตัวผู้บริหาร เพียงแค่ปล่อยข่าวที่คลุมเครือแบบนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรงพลัง และแน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของพลังนั้น!

 

แจ็ค หม่า

การที่นักลงทุนเชื่ออย่างรวดเร็วว่าเป็นแจ็ค หม่า ที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อเสียงก้องโลก ตกเป็นเป้าของหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้เผยให้เห็นความจริงในบรรยากาศการเมืองที่บรรดานักธุรกิจจีนเผชิญอยู่ในเวลานี้ หนึ่งในความเห็นยอดนิยมในเว่ยป๋อที่มียอดไลค์ 57,000 ระบุว่า "มันไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นแจ็ค หม่าหรือไม่ สิ่งสำคัญคือหลายคนคิดว่าเป็นเขา หลายคนคาดหวังว่าเป็นเขา นี่สิน่าสนใจ" 

 

ความรู้สึกของสาธารณชนต่อแจ็คหม่า มันผสมผสานระหว่างความชื่นชมระคนหมั่นไส้ จากครูสอนภาษาอังกฤษที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ และได้รับการยกย่องในเรื่องความสามารถ พูดจากตรงไปตรงมา และความสำเร็จที่เขาสร้างขึ้น มีแฟนคลับที่เรียกว่า "คุณพ่อหม่า" (Daddy Ma) และก็เหมือนกับบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ที่มีการขยายอาณาจักรและสร้างความไม่พอใจให้พนักงานวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะวัฒนธรรมการทำงาน "996" ที่หมายถึงการเริ่มงาน 09.00 น. เลิกงาน 21.00 น. ของวันทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ภายในเวลาไม่กี่ปี คุณพ่อหม่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของ "ทุนนิยมที่เน่าเหม็น" (rotten capitalist) ในสายตาสาธารณชน และ หลายคนรอดู "การตกสวรรค์" ของเขา 

 

"แจ็ค หม่า" ถูกจับ สะท้อนความรู้สึกของชาวจีน

 

ที่จริงแจ็ค หม่า ได้เก็บเนื้อเก็บตัวตั้งแต่ Ant Group บริษัทใหญ่ด้านฟินเทคของเขา ถูกสั่งเบรกนาทีสุดท้ายก่อนเปิดขาย IPO ที่เชื่อว่าเป็นเพราะเขาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบธนาคารของจีนอย่างเผ็ดร้อน ผ่านเวทีฟอรัมการเงินที่เซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะการเรียกเกณฑ์ในการกำกับกับดูแลธนาคาร (Basel Accords) ว่าเป็น "ชมรมคนชรา" (old people' s club) และปรากฎตัวครั้งสุดท้าย ตอนไปเยี่ยมโรงเรียนประถม 100 แห่ง เพื่อพูดถึงอนาคตการศึกษาของจีน แต่กลับถูกวิจารณ์หนัก เช่น ความเห็นยอดนิยมในเว่ยป๋อ ระบุว่า "จะไม่แปลกใจถ้าแจ็ค หม่า ต้องติดคุกเข้าสักวัน คุณมันก็พวกทุนนิยม อย่าเสแสร้งทำตัวเป็นคนดีหน่อยเลย"

 

การเงียบของแจ็ค หม่า แม้หุ้นอาลีบาบาจะร่วงหนัก ทำให้ถูกมองว่าความเงียบแบบนี้มีนัยยะที่ลึกซึ้ง การเป็นบุคคลสาธารณะ คำพูดถือเป็น "ส่วนขยาย" ในการดำรงอยู่ของเขา เมื่อบุคคลไม่พูดแม้จะยังมีชีวิตอยู่ และยังคงทำสิ่งต่าง ๆ มันแสดงให้เห็นถึงการอยู่อย่างไร้ตัวตนนั่นเอง 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด