การที่นักลงทุนเชื่ออย่างรวดเร็วว่าเป็นแจ็ค หม่า ที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อเสียงก้องโลก ตกเป็นเป้าของหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้เผยให้เห็นความจริงในบรรยากาศการเมืองที่บรรดานักธุรกิจจีนเผชิญอยู่ในเวลานี้ หนึ่งในความเห็นยอดนิยมในเว่ยป๋อที่มียอดไลค์ 57,000 ระบุว่า "มันไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นแจ็ค หม่าหรือไม่ สิ่งสำคัญคือหลายคนคิดว่าเป็นเขา หลายคนคาดหวังว่าเป็นเขา นี่สิน่าสนใจ"
ความรู้สึกของสาธารณชนต่อแจ็คหม่า มันผสมผสานระหว่างความชื่นชมระคนหมั่นไส้ จากครูสอนภาษาอังกฤษที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ และได้รับการยกย่องในเรื่องความสามารถ พูดจากตรงไปตรงมา และความสำเร็จที่เขาสร้างขึ้น มีแฟนคลับที่เรียกว่า "คุณพ่อหม่า" (Daddy Ma) และก็เหมือนกับบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ที่มีการขยายอาณาจักรและสร้างความไม่พอใจให้พนักงานวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะวัฒนธรรมการทำงาน "996" ที่หมายถึงการเริ่มงาน 09.00 น. เลิกงาน 21.00 น. ของวันทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ภายในเวลาไม่กี่ปี คุณพ่อหม่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของ "ทุนนิยมที่เน่าเหม็น" (rotten capitalist) ในสายตาสาธารณชน และ หลายคนรอดู "การตกสวรรค์" ของเขา
ที่จริงแจ็ค หม่า ได้เก็บเนื้อเก็บตัวตั้งแต่ Ant Group บริษัทใหญ่ด้านฟินเทคของเขา ถูกสั่งเบรกนาทีสุดท้ายก่อนเปิดขาย IPO ที่เชื่อว่าเป็นเพราะเขาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบธนาคารของจีนอย่างเผ็ดร้อน ผ่านเวทีฟอรัมการเงินที่เซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะการเรียกเกณฑ์ในการกำกับกับดูแลธนาคาร (Basel Accords) ว่าเป็น "ชมรมคนชรา" (old people' s club) และปรากฎตัวครั้งสุดท้าย ตอนไปเยี่ยมโรงเรียนประถม 100 แห่ง เพื่อพูดถึงอนาคตการศึกษาของจีน แต่กลับถูกวิจารณ์หนัก เช่น ความเห็นยอดนิยมในเว่ยป๋อ ระบุว่า "จะไม่แปลกใจถ้าแจ็ค หม่า ต้องติดคุกเข้าสักวัน คุณมันก็พวกทุนนิยม อย่าเสแสร้งทำตัวเป็นคนดีหน่อยเลย"
การเงียบของแจ็ค หม่า แม้หุ้นอาลีบาบาจะร่วงหนัก ทำให้ถูกมองว่าความเงียบแบบนี้มีนัยยะที่ลึกซึ้ง การเป็นบุคคลสาธารณะ คำพูดถือเป็น "ส่วนขยาย" ในการดำรงอยู่ของเขา เมื่อบุคคลไม่พูดแม้จะยังมีชีวิตอยู่ และยังคงทำสิ่งต่าง ๆ มันแสดงให้เห็นถึงการอยู่อย่างไร้ตัวตนนั่นเอง