นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สำหรับมาตรการเตรียมพร้อมเปิดภาคเรียน ในเรื่องการฉีดวัคซีนนักเรียนอายุ 12-17 ปี ควรได้รับวัคซีนกระตุ้น หรือวัคซีนเข็ม 3 ผ่านระบบสถานศึกษา และเร่งฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5-11 ปี ตามความสมัครใจของผู้ปกครองและเด็ก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการฉีดวัคซีนที่ผ่านมาในกลุ่มเด็กมัธยม มีการฉีดทั้งเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ไม่น้อยกว่า 70% แต่การกระตุ้นเข็ม 3 ยังอยู่ในอัตราต้องเร่งรัด เพราะตอนนี้ยังไม่ถึง 6% จึงต้องเร่งดำเนินการให้เพิ่มขึ้น ส่วนเด็กประถมศึกษาอายุ 5-11 ปี ข้อมูลการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 อยู่ที่ 53% ส่วนเข็ม 2 อยู่ที่ประมาณ 13% แต่ข้อมูลล่าสุดอาจมากกว่านี้
นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า การฉีดวัคซีนจึงขอให้เน้นฉีดเข็มกระตุ้นในเด็กมัธยม แต่เด็กประถมแม้จะเป็นเรื่องความสมัครใจ แต่ก็ต้องสร้างความเข้าใจให้ผู้ปกครอง เพื่อให้ตัดสินใจเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม กรณีนักเรียนมีการติดเชื้อ หรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ก็จะมีแผนเผชิญเหตุในการรองรับ ซึ่งขอให้ทุกจังหวัดได้ศึกษาการดำเนินการเรื่องนี้ แบ่งเป็น
มาตรการการเปิดเรียนในโรงเรียนประจำ เน้นแซนด์บ็อกซ์ เซฟตี้โซน แบ่งเป็น
- กรณีนักเรียน ครูเป็นผู้ติดเชื้อ กรณีไม่มีอาการ จัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสมเว้นระยะหว่างไม่น้อยกว่า 2 เมตร งดกิจกรรมรวมกลุ่ม เน้นการระบายอากาศ
- กรณีครู นักเรียน หรือบุคลกร เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ เรียนได้ตามปกติ จัดระยะห่างระหว่างนักเรียนไม่น้อยกว่า 1 เมตร
- กรณีสัมผัสเสี่ยงสูง หากไม่ได้รับวัคซีน ทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการแนะนำให้กักตัวเป็นเวลา 5 วัน และติดตามเฝ้าระวังอีก 5 วัน กรณีได้รับวัคซีนโควิด ไม่แนะนำกักกัน ตรวจคัดกรองหาเชื้อด้วย ATK ถ้ามีอาการตรวจทันที ให้ตรวจครั้งที่ 1 วันที่ 5 หลังสัมผัสผู้ติดเชื้อและตรวจครั้งสุดท้ายวันที่ 10 หลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ
มาตรการเปิดเรียนออนไซต์ อยู่กับโควิดโรงเรียนไป-กลับ
- กรณีนักเรียนครู หรือบุคลากรติดเชื้อ แยกกักตัวที่บ้าน หรือพิจารณาจัดทำ School Isolation โดยคณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงานสาธารณสุขและคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด จัดรูปแบบการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มไม่มีอาการ ทำความสะอาดห้องเรียน ชั้นเรียน สถานศึกษา และเปิดเรียนตามปกติ
- กรณีครู นักเรียนหรือบุคลากรเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ เรียนในสถานศึกษาได้ตามปกติ เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1 เมตร
- กรณีสัมผัสเสี่ยงสูง กรณีไม่ได้รับวัคซีนโควิดตามแนวทางปัจจุบัน ทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการแนะนำให้กักตัวเป็นเวลา 5 วัน และติดตามเฝ้าระวังอีก 5 วัน กรณีได้รับวัคซีนครบตามคำแนะนำในปัจจุบัน ไม่มีอาการ ไม่แนะนำให้กักกัน และพิจารณาให้ไปเรียนได้ โดยมีการตรวจหาเชื้อด้วย ATK ถ้ามีอาการให้ตรวจทันที ให้ตรวจครั้งที่ 1 วันที่ 5 หลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ และตรวจครั้งสุดท้าย วันที่ 10 หลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ และสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 2 เมตร และประสานหน่วยบริการสาธารณสุขตามระบบงานอนามัยโรงเรียน