พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเปิดงานวันนี้ ยืนยันว่าไม่เคยทอดทิ้งแรงงาน และในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ก็จะเป็นโอกาสดีที่ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงสิทธิและความปลอดภัยของพี่น้องแรงงาน พร้อมย้ำว่าต้องดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง ตนทราบดีว่าแรงงานคือกำลังหลักที่ทำให้ประเทศเข้มแข็งมาถึงทุกวันนี้ และยอมรับว่าเป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่และรายได้ของแรงงาน ซึ่งรัฐบาลพยายามดูแลทั้งแรงงานและผู้ประกอบการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และขณะนี้ก็เกิดสงครามความขัดแย้งในโลกใบนี้ ซึ่งกระทบกับทุกห่วงโซ่การผลิต เพราะวัตถุดิบต้องมาจากหลายประเทศ
เมื่อมีสถานการณ์ขัดแย้งก็ต้องเตรียมมาตรการอื่นไว้รองรับด้วย และที่สำคัญประเทศกำลังจะเผชิญกับการขาดแคลนแรงงาน เพราะกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ยอมรับว่าเวลานี้ค่าใช้จ่ายของแรงงานก็เกิดปัญหาเงินเฟ้อ รัฐบาลจึงระมัดระวังมากที่สุดเพื่อไม่ให้มากจนเกินไป แต่รัฐบาลจะไม่ทิ้งแรงงาน โดยได้หารือกับรองนายกฯ และรัฐมนตรีแรงงานมาตลอดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้มีรายได้เพิ่ม ซึ่งประเทศไทยยังส่งสินค้านวัตกรรมเดิมๆ จึงต้องเร่งเดินหน้าใช้เทคโนโลยีในการผลิต ใช้นวัตกรรมเข้ามาส่งเสริมการลงทุน
“แม้ว่าจะมีสงคราม แต่เชื่อมั่นว่าพวกเราจะรักและสามัคคี เพราะรัฐบาลเดินเพียงลำพังไม่ได้ ท่านก็เดินคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกัน ที่สำคัญมีสถาบันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและศูนย์รวมของคนทั้งประเทศ”
นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือ รักและสามัคคี พัฒนาตัวเอง ทุกคนต้องร่วมมือกัน ส่วนตัวยินดีรับข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้อไปพิจารณา ซึ่งบางเรื่องก็ดำเนินการอยู่แล้ว และสิ่งสำคัญคือ การหารายได้เข้าประเทศ แต่ยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยลืมแรงงาน ส่วนการคุ้มครองแรงงาน กำลังพิจารณากันอยู่ ขอย้ำว่า ไม่ทอดทิ้งประชาชน อะไรที่ทำให้ได้ จะทำให้เต็มที่
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาถึงกระทรวงแรงงาน ก็ได้เข้าไปพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ภายในห้องรับรองของกระทรวงแรงงานประมาณ 10 นาที ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมที่จัดงานพร้อมกัน ซึ่งและหลังจบงาน พล.อ.ประวิตร ก็เดินทางกลับทันที ไม่ได้อยู่ดูนิทรรศการกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่อย่างใด