นายกรัฐมนตรีกล่าวปราศรัยวันแรงงานแห่งชาติปี 2565 ย้ำรัฐบาลสนับสนุนยกระดับทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีแรงงานไทย ยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานให้มีสิทธิ สวัสดิการ และความเสมอภาคในการทำงาน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (1 พ.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาส “วันแรงงานแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2565” ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกับผู้ใช้แรงงานทุกคน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ขอส่งความรัก ความปรารถนาดีมายังพี่น้องแรงงานไทยทุกคน และขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างเข้มแข็งตลอดมา
 

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของการเสริมสร้างศักยภาพแรงงานไทยในทุกมิติ ให้มีความพร้อมต่อการทำงานในศตวรรษที่ 21 จากความผันแปรทางเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลให้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทต่อการทำงานและการขับเคลื่อนภาคการผลิตและการบริการ โดยรัฐบาลได้สนับสนุนการยกระดับทักษะและความสามารถด้านเทคโนโลยีให้แก่แรงงานไทยสอดคล้องต่อความต้องการของตลาดแรงงานระดับสากล อีกทั้งยังส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานไทยสู่การเป็นแรงงานฝีมือระดับสูง เพื่อสร้างโอกาสให้แรงงานสามารถเข้าถึงการจ้างงานและการมีงานทำอย่างเท่าเทียม

 

ขณะเดียวกันภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย รัฐบาลมีความห่วงใยในความปลอดภัยด้านสุขภาพอนามัยของแรงงานและประชาชนทุกคน จึงได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุม สกัดกั้น และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตลอดมา รวมทั้งยังได้ขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาให้แก่ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ทั้งแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ และแรงงานกลุ่มเปราะบาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงาน ผ่านมาตรการและโครงการต่าง ๆ ด้วย 

 

 

ภาพของผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นกำลังของชาติ
 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานให้มีสิทธิ สวัสดิการ และความเสมอภาคในการทำงาน โดยให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความช่วยเหลือแรงงานกรณีถูกเลิกจ้าง และการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างโอกาสทางการค้า และการลงทุน เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถฟื้นคืนกิจการ ผู้ใช้แรงงานได้กลับเข้าสู่ระบบการจ้างงานตามปกติ และสามารถก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปได้ด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้แรงงานทุกคนดูแลรักษาสุขภาพ และป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคระบาด เพื่อให้สามารถทำงานและดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข พร้อมกล่าวอวยพรเนื่องในโอกาส “วันแรงงานแห่งชาติ” โดยขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องแรงงาน พร้อมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง และสัมฤทธิผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงสืบไป