ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ประเด็นนี้เข้าข่ายข่มขู่ บังคับผู้เสียหายหรือไม่ ทาง “ทนายตั้ม” บอกว่า เรื่องนี้ทางตำรวจต้องมีการสืบสวนสอบสวนว่า มีการข่มขู่บังคับจูงใจพยานหรือเปล่า หรือมีการพูดชักจูงให้มีผลเสียต่อรูปคดีหรือไม่
เมื่อถามว่า ผู้เสียหาย 15 รายที่มีอยู่ตอนนี้ เป็นเหยื่อที่แท้จริงหรือไม่
ทาง “ทนายตั้ม” ตอบว่า ทั้ง 15 รายที่เข้ามา หรือคนที่เป็นพยาน ยังไม่มีกลิ่นอะไรไม่ดี แต่หลังจากนี้คงต้องระวังฝั่งทางนั้น เพราะผู้ต้องหาตั้งหลักได้แล้ว และคงจะหากลยุทธ์บางอย่างสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง
นอกจากนี้ ยังมีประเด็น “ผู้เสียหายอีก 15 คน” และยังได้พูดคุยกับ “เหยื่ออีกคนที่อาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ” โดยมีการประสานคนที่สามารถเดินเรื่องให้เหยื่อรายนี้ที่ต่างประเทศแล้ว โดยเขามีการเก็บหลักฐานอยู่ครบ ทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ตอนถูกข่มขู่ ที่มีการสารคัดหลั่ง หรือกล้องวงจรปิด
“กรณีนี้เหตุเกิดเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ผู้เสียหายเรียน ป.โท ที่อังกฤษ ส่วนผู้ต้องหาทำงานในธนาคาร โดยมีการให้คำมั่นสัญญาว่า จะทำให้ผู้บริหารช่วยให้เข้าทำงานที่ธนาคารได้ จึงมีการนัดหมายไปยังที่พัก และลงมือข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเหตุดังกล่าว ทำให้เยื่อรายนี้มีอาการซึมเศร้ารุนแรง ทั้งตัดผม โกนหัว ย้ายที่อยู่ และลดน้ำหนักจนลดฮวบ และที่เสียใจที่สุด คือมีผู้หญิงไทยจากสถานทูต เข้ามาเกลี้ยกล่อมว่า..อย่าดำเนินคดีเลย”