เป็นที่น่าสังเกตว่าเดิม "กลุ่มทนายดัง" ประกอบด้วย ทนายเดชา - ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด - ทนายรัชพล ศิริสาคร และทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ จับมือกันแน่นช่วยทำคดีแตงโม โดยแบ่งหน้าที่รับผิดชอบชัดเจน
กล่าวคือ หัวเรือใหญ่อย่าง "ทนายตั้ม" หาหลักฐานที่อู่เรือ NBC // รวบรวมคลิปสำคัญส่งให้ตำรวจ // "ทนายเดชา" รับเป็นทนายฝ่ายแม่แตงโม // "ทนายรณณรงค์" ยื่นหนังสือร้องเรียนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบการทำงานของตำรวจเรื่องการตรวจสารเสพติดกลุ่มเพื่อนแตงโม และ "ทนายรัชพล" ยื่นเรื่องเอาผิดกลุ่มเพื่อนบนเรือสปีดโบ๊ททั้ง 5 คน ที่ สภ.เมืองนนทบุรี
ทว่าสถานการณ์วันนี้ ดูเหมือน "ทนายเดชา" จะรับมือคดีแตงโมเพียงลำพัง อาจเป็นไปได้ว่าเพื่อนทนายอีก 3 คน มองว่าตำรวจใกล้สรุปปิดสำนวนแล้ว จึงไม่เข้ามาก้าวก่าย และปล่อยให้ "ทนายเดชา" ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงดูแลคดีเพียงคนเดียว
เช่นเดียวกับ "ทนายตั้ม" เปิดโปงคดีนักการเมืองดัง "ปริญญ์ พานิชภักดิ์" เล่นบทฉายเดี่ยว ตั้งแต่ช่วยเหยื่อรายแรกถึงรายที่ 15 แต่บางครั้งก็ดูเดียวดาย เพราะถึงวันนี้กลุ่มเพื่อนทนายที่ร่วมกันสู้ข้างกายในคดีแตงโมต่างเงียบหาย
ยิ่งเห็น "ทนายเดชา" โพสต์ว่า คดีนี้ทีมงานทนายความของผู้ต้องหา (นายปริญญ์) มีความเป็นมืออาชีพ รู้ขั้นตอนกระบวนการอย่างละเอียดถี่ถ้วน นำตัวผู้ต้องหามามอบตัว ก่อนที่ศาลจะออกหมายจับ เตรียมให้การต่อพนักงานสอบสวน การให้สัมภาษณ์ก็ระมัดระวังไม่กระทบต่อรูปคดี หมายจับที่ออกมาเมื่อผู้ต้องหามาพบตัวมาพบพนักงานสอบสวนก็ต้องถูกเพิกถอนไปในตัว ดูกันต่อไปว่าจะเอาผิดผู้ต้องหาได้หรือไม่ ในชั้นพนักงานสอบสวนถือว่าผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิด
สิ่งที่ "ทนายเดชา" โพสต์เหมือนการวิเคราะห์คดีในฐานะทนายความ แต่นัยยะสำคัญ อย่างการชี้ช่องโหว่ทำนองว่า ทนายผู้ต้องหา "เก่ง" อาจทำให้รอดพ้นจากความผิด แม้ไม่พูดถึงทนายตั้มตรงๆ แต่วิญญูชนทั่วไปอดคิดไม่ได้ว่าเจตนาสื่อสารถึงใคร
สำหรับรอยร้าวของกลุ่มทนายดังเคยเกิดขึ้นช่วงเดือนตุลาคม 2564 จากความเห็นต่างเรื่องคดีลุงพล ผู้ต้องหาคดีน้องชมพู่ ตอนนี้ "ทนายตั้ม" แม่ทัพใหญ่ฝ่าย "ลุงพล" ถูกฝ่ายทนายเดชา และ "อัจฉริยะ" ออกมาเตือนว่าเรื่องท่าทีการวางตัวและการพูดถึงหลักฐานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ สุดท้าย"ทนายตั้ม"ก็ประกาศถอนตัวคดีลุงพล เพราะความไม่ลงรอยเรื่องเงินบริจาคกับลูกความ