ทางด้านนายอนันต์ -นางสอง บูรณ์ชะนะ พ่อและแม่ของน้องนิว กล่าวทั้งน้ำตาว่า ดีใจมากที่เดินทางมาถึงวันนี้ ที่สู้จนถึงที่สุด สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกชายได้ ขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่จริง รู้สึกพอใจในคำตัดสินครั้งนี้ ไม่เสียแรง ไม่เสียกำลังใจ ที่ทุ่มเทในการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกชายที่ยาวนานเกือบ 4 ปี โดยทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงลูกตลอดเวลา เวลาผ่านมาจะครบ 4 ปีแล้ว ชีวิตคนๆหนึ่งถ้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ก็เรียนจบได้เลย จึงขอขอบคุณกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก พร้อมยกมือไหว้ ขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งสื่อมวลชน ทนายความ กอ.รมน.จังหวัดตรัง และพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กำกับสั่งการ ขีดเส้น ให้ตำรวจท้องที่จับกุมคนร้าย จนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ในที่สุด โดยระบุที่เดินทางมาถึงวันนี้ได้ เพราะหลายฝ่ายช่วยเหลือ พร้อมกับบอกไปถึงดวงวิญญาณของลูกชาย หากรับรู้ได้ว่า “ ครอบครัวเราทำถึงที่สุดแล้วลูก... เราสู้ เราทำเพื่อลูกถึงที่สุด ถึงจุดสุดท้ายของเขาที่ได้ทำกับเราไว้แล้วลูก...ขอให้ลูกไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องเป็นห่วงครอบครัว พ่อ และแม่ ขอให้ลูกได้ไปดี... หลังจากนี้ก็เตรียมจะทำบุญครั้งใหญ่ให้ลูกด้วย”
ทางด้านพระรัชพล กล่าวว่า ได้บวชเป็นพระมาเกือบจะเข้า 2 พรรษาแล้ว โดยตั้งใจไว้แต่ต้นว่า เมื่อคดีสิ้นสุดตั้งใจจะบวชให้น้อง (น้องนิว ผู้เสียชีวิต) แต่ได้ตัดสินใจบวชก่อน ก็ได้ภาวนาตลอด วันนี้ได้เดินทางมารับฟังคำตัดสินของศาลฎีกาด้วยตนเอง ก็รู้สึกพอใจในคำตัดสิน ได้รับความยุติธรรม ทั้งนี้ ร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บยังเรื้อรัง จะไม่หาย โดยเฉพาะแขนที่ถูกยิงยังอ่อนแรง ส่วนเรื่องการถูกข่มขู่คุกคามมาโดยตลอดก่อนหน้านี้ ขณะนี้ตนได้ปล่อยวางแล้ว ได้อโหสิกรรมให้หมดแล้ว ที่เหลือก็เป็นกรรมของเขาแล้ว ส่วนตัวอโหสิกรรมให้ทั้งหมด หลังจากบวชก็ได้เดินทางไปธุดงค์ที่จังหวัดสตูลนานเป็นเดือน และหลังจากนี้ตั้งใจจะไปธุดงค์ต่อที่ภาคเหนือต่อไป
อย่างไรก็ตาม คดีนี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 2 ธันวาคม 2561 หลังเกิดเหตุแม้พยานปากสำคัญ ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุ รอดชีวิตมาได้ และให้การยืนยันคนร่วมกระทำการ แต่ระยะเวลาผ่านไปเป็นเวลานาน ทางตำรวจก็จับคนร้ายไม่ได้ จึงถูกสังคมตั้งคำถามว่ามีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ตำรวจบางกลุ่มให้ความช่วยเหลือ โดยทางครอบครัวได้ยื่นหนังสือติดตามคดีหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล กระทั่งวันที่ 6 มิถุนายน 2562 ทำให้ครอบครัวผู้เสียหาย ต้องเดินทางเข้ากรุงฯ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า และถูกฝ่ายผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ใช้เส้นสายตำรวจ และผู้นำในพื้นที่ข่มขู่คุกคาม และให้ความช่วยเหลือ จนพล.ต.อ.ศรีวราห์ได้สั่งการ ขีดเส้น ให้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาให้ได้ภายใน 15 วัน ปรากฏว่าผ่านมาได้ 7 วัน (คือ วันที่ 13 มิ.ย.62) เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมนายธีรยุทธ์ได้ดังกล่าว จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการศาลยุติธรรม จนคดีถึงที่สุดดังกล่าว
ภาพ/ข่าว : คนิตา สีตอง สำนักข่าวเนชั่น จ.ตรัง