ญาติคาใจ! ตำรวจอ้างผู้ต้องหาผูกคอกับหัวแม่เท้า ขณะใส่กุญแจมือ เสียชีวิตปริศนาคาห้องขัง สภ.บ้านในควน แต่ตามร่างกายมีแผล รอยช้ำ เลือดทั่วตัว ด้านพี่สาวลั่นที่ไม่ติดใจเอาความ เพราะรู้ว่าสู้ตำรวจไม่ได้ จี้เอากล้องวงจรปิดมาเปิดเผย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ 14 เม.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.สุวัฒน์ เชื่อเมือง รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้รับแจ้งพบว่า นายสาโรจน์ เดชรัตน์ หรือโรจน์ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 231 หมู่ 6 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว ผู้ต้องหา คดีบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุอันควร , มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 222 เม็ด เพื่อจำหน่ายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ใช้สายเชือกกางกีฬาพันที่คอ แล้วไปพันกับที่หัวแม่เท้าด้านขวา เสียชีวิตในห้องขัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย. เวลาประมาณ 14.40 น.

ญาติคาใจ! ผู้ต้องหาดับคาห้องขัง ตร.อ้างผูกคอกับหัวแม่เท้า

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ตำรวจ สภ.บ้านในควน ได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา ไว้ที่ห้องควบคุม ของ สภ.บ้านในควน ต่อมาได้เบิกตัวผู้ต้องหา เพื่อไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิ-19 ที่ รพ.ย่านตาขาว ผลเป็นลบ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหามายัง สภ. เมื่อจอดรถยนต์และเปิดประตูรถ เพื่อจะนำตัวไปยังห้องควบคุม แต่ผู้ต้องหาได้วิ่งหนี จึงวิ่งไล่ตาม ประมาณ 150 เมตร แล้วผู้ต้องหาได้ล้มลงกับพื้นถนน เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บบริเวณคาง ใบหน้าไหล่ และขา ก่อนจะจับกุมไว้ได้

ญาติคาใจ! ผู้ต้องหาดับคาห้องขัง ตร.อ้างผูกคอกับหัวแม่เท้า

จึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต.โพรงจระเข้ มาทำแผลให้ผู้ต้องหา เมื่อมาถึงห้องควบคุม จึงได้เรียกผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ในลักษณะนอนคว่ำ โดยได้เรียกอยู่หลายครั้ง เห็นผิดสังเกต จึงเดินเข้าไปดู พบว่า ผู้ต้องหาใช้สายเชือกกางกีฬาพันที่คอ แล้วไปพันกับหัวแม่เท้า ด้านขวา เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ได้ตรวจสอบชีพจร และทำการช่วยชีวิต โดยการปั๊มหัวใจ ประมาณ 10 นาที และได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง รพ.ย่านตาขาว ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้น แพทย์เวร รพ.ย่านตาขาว พนักงานอัยการ ปลัดอำเภอ ร่วมชันสูตรพลิกศพผู้ต้องหา ส่วนศพผู้ต้องหา ได้มอบให้ญาติ นำไปฝั่งตามพิธีกรรมตามหลักศาสนาอิสลาม โดยไม่ติดใจสาเหตุการตายของผู้ต้องหาแต่อย่างใด

ต่อมาวันนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.บ้านในควน พบว่าห้องขังว่างเปล่า พบเพียงบันทึกการจับกุมของผู้ต้องหาตกอยู่ 1 แผ่น โดยทาง พ.ต.ท.ธัญญะ ลัภบุญ สวญ. สภ.บ้านในควน ไม่ขอให้สัมภาษณ์ เพียงแค่ยืนยันว่าผู้ตายได้ผูกคอตัวเองเสียชีวิตจริง และเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของผู้เสียชีวิต ก่อนพบและได้พูดคุยกับญาติ โดย นายสถิต เดชรัตน์ อายุ 72 ปี พ่อผู้ตาย บุคลิกไม่ค่อยชอบพูด กล่าวเพียงสั้นๆว่า ทางตำรวจแจ้งตนหลังจากที่ลูกชายอยู่ รพ.แล้ว ตนก็ไม่ได้รู้ว่าในห้องขังเป็นไง

ญาติคาใจ! ผู้ต้องหาดับคาห้องขัง ตร.อ้างผูกคอกับหัวแม่เท้า

ขณะ น.ส.วาสนา เดชรัตน์ หรือหน่า อายุ 41 ปี พี่สาวผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า การที่ตำรวจอ้างว่าเป็นการผูกคอตายไม่ใช่ญาติมีความมั่นใจ แต่ทางญาติไม่ติดใจเอาความ เพราะน้องเสียไปแล้ว นั่นคือสิ่งที่พ่อและทางญาติได้คิดร่วมกัน ทางเราก็รู้อยู่แล้ว และไม่มีหลักฐานอะไรไปยืนยัน เพราะสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่บอกกับตนและครอบครัว บอกมาแค่เพียงว่าน้องผูกคอเสียชีวิตในห้องขัง แต่สิ่งที่ต้องคิดคือไม่ต้องเอาเรื่องก็ได้ ไม่ใช่ว่าเราไม่รักน้อง ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากเข้าไปช่วยน้อง ทุกคนเสียใจหมด ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น รู้ว่าบางทีน้องก็ไม่ได้ประพฤติตัวดี สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่ไม่น่ามีจุดจบแบบนี้ มีหลายวิธีที่จะจัดการ ก่อนหน้านี้น้องชายก็เคยต้องโทษจำคุกในเรือนจำ นั่นคือสิ่งที่เรา รับทราบและควบคุม น้องชายไม่ได้

ส่วนตัวตนมั่นใจว่าน้องไม่ได้ผูกคอเสียชีวิต แต่เราและครอบครัวก็ไม่ได้ที่จะติดใจเอาความมากกว่า ด้วยตัวของน้องเอง ที่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น ด้วยฤทธิ์ยาเสพติด ครอบครัวติดใจเอาเรื่องคิดว่าเรื่องนี้จะจบไหม จบวันนี้ไหม คนรอบตัวคิดว่าไม่เอาเรื่องจริงๆมันไม่ใช่ ตนไปดูศพน้องชายด้วยตาตัวเองมีแผลทั้งตัว ที่แก้มขวา ไหล่ซ้าย ที่ศีรษะ คางฉีกเป็นแผลขาดยาว และแผลตรงบริเวณหน้าอก แผ่นหลังมีรอยช้ำ เลือดไหลออกทาง หู ตา จมูก และที่ศีรษะน้องชายโดนอะไรก็ไม่ทราบ อยากถามว่าน้องชายตนผูกคอที่หัวเหรอ ที่น่าสงสัยคือบริเวณหลังศีรษะมีรอยบุบคล้ายโดนของแข็งกระแทก เลือดออกไม่หยุด ดูย้อนแย้ง กับการผูกคอตาย ลักษณะศพลิ้นจุกปากแต่มีบาดแผล นั่นคือสิ่งที่กำลังสงสัย

 

ที่ไม่ติดใจเอาความไม่ใช่ไม่กล้า เพราะรู้ว่าทุกอย่างย้อนแย้งกันหมด แต่ตอนคิดว่ามันจะไม่จบ ตนไม่ใช่ไม่สู้คนเหมือนที่คนอื่นคิด ถึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคนที่ต้องรับโทษรายอื่นๆ มีอีกกี่คนที่ต้องโดนกระทำแบบนี้รู้ว่าทำผิด มีทางอื่นอีกเยอะแยะ ทำไมไม่ทำ ส่งขังลืมไปเลยก็ได้ แต่ทำแบบนี้บาปติดตัวใครก็ไม่รู้ให้ไปคิดเอาเอง

ญาติคาใจ! ผู้ต้องหาดับคาห้องขัง ตร.อ้างผูกคอกับหัวแม่เท้า

เมื่อวานตนยังอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพิ่งมาถึงเมื่อเช้าแต่มีพ่อและพี่ชายที่อยู่ที่ รพ. ซึ่งทางร้อยเวรก็ได้สอบถามว่าให้ส่งศพชันสูตรไหมแต่พ่อของตน บอกว่าไม่ต้องชันสูตรเพราะไม่ติดใจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกกับพ่อตนว่าหลังจากจับกุมน้องชายตนก็ได้นำไปตรวจโควิด-19 ที่โรงพยาบาล จังหวะที่ลงจากท้ายรถกระบะ ก็ได้วิ่งหนี ซึ่งตอนนั้นน้องถูกใส่กุญแจมืออยู่ใกล้หลัง ถามหน่อยว่าจะผูกคอตัวเองยังไง แค่นี้ไม่ใช่เราคิดไม่ออก เมื่อคืนที่ผ่านมาทุกคนในบ้านต่างก็นอนไม่หลับซึ่งก่อนฝังศพ เมื่อเช้าก็ได้แต่คิดในใจบอกให้น้องไปสบาย และจี้ให้ทางตำรวจนำภาพจากกล้องวงจรปิด กว่า 4 ตัว มายืนยันหากน้องชายฆ่าตัวเองเสียชีวิตจริง. ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

 

ภาพ/ข่าว : ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม สำนักข่าวเนชั่น จ.ตรัง