ส่วนตัวตนมั่นใจว่าน้องไม่ได้ผูกคอเสียชีวิต แต่เราและครอบครัวก็ไม่ได้ที่จะติดใจเอาความมากกว่า ด้วยตัวของน้องเอง ที่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น ด้วยฤทธิ์ยาเสพติด ครอบครัวติดใจเอาเรื่องคิดว่าเรื่องนี้จะจบไหม จบวันนี้ไหม คนรอบตัวคิดว่าไม่เอาเรื่องจริงๆมันไม่ใช่ ตนไปดูศพน้องชายด้วยตาตัวเองมีแผลทั้งตัว ที่แก้มขวา ไหล่ซ้าย ที่ศีรษะ คางฉีกเป็นแผลขาดยาว และแผลตรงบริเวณหน้าอก แผ่นหลังมีรอยช้ำ เลือดไหลออกทาง หู ตา จมูก และที่ศีรษะน้องชายโดนอะไรก็ไม่ทราบ อยากถามว่าน้องชายตนผูกคอที่หัวเหรอ ที่น่าสงสัยคือบริเวณหลังศีรษะมีรอยบุบคล้ายโดนของแข็งกระแทก เลือดออกไม่หยุด ดูย้อนแย้ง กับการผูกคอตาย ลักษณะศพลิ้นจุกปากแต่มีบาดแผล นั่นคือสิ่งที่กำลังสงสัย
ที่ไม่ติดใจเอาความไม่ใช่ไม่กล้า เพราะรู้ว่าทุกอย่างย้อนแย้งกันหมด แต่ตอนคิดว่ามันจะไม่จบ ตนไม่ใช่ไม่สู้คนเหมือนที่คนอื่นคิด ถึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคนที่ต้องรับโทษรายอื่นๆ มีอีกกี่คนที่ต้องโดนกระทำแบบนี้รู้ว่าทำผิด มีทางอื่นอีกเยอะแยะ ทำไมไม่ทำ ส่งขังลืมไปเลยก็ได้ แต่ทำแบบนี้บาปติดตัวใครก็ไม่รู้ให้ไปคิดเอาเอง
เมื่อวานตนยังอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพิ่งมาถึงเมื่อเช้าแต่มีพ่อและพี่ชายที่อยู่ที่ รพ. ซึ่งทางร้อยเวรก็ได้สอบถามว่าให้ส่งศพชันสูตรไหมแต่พ่อของตน บอกว่าไม่ต้องชันสูตรเพราะไม่ติดใจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกกับพ่อตนว่าหลังจากจับกุมน้องชายตนก็ได้นำไปตรวจโควิด-19 ที่โรงพยาบาล จังหวะที่ลงจากท้ายรถกระบะ ก็ได้วิ่งหนี ซึ่งตอนนั้นน้องถูกใส่กุญแจมืออยู่ใกล้หลัง ถามหน่อยว่าจะผูกคอตัวเองยังไง แค่นี้ไม่ใช่เราคิดไม่ออก เมื่อคืนที่ผ่านมาทุกคนในบ้านต่างก็นอนไม่หลับซึ่งก่อนฝังศพ เมื่อเช้าก็ได้แต่คิดในใจบอกให้น้องไปสบาย และจี้ให้ทางตำรวจนำภาพจากกล้องวงจรปิด กว่า 4 ตัว มายืนยันหากน้องชายฆ่าตัวเองเสียชีวิตจริง. ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ภาพ/ข่าว : ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม สำนักข่าวเนชั่น จ.ตรัง