นอกจากนี้ สำนักการแพทย์ ได้เน้นย้ำการสร้างความเข้าใจแนวทางปฏิบัติในการจ่ายยาต้านไวรัสรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ชนิดต่างๆ ให้กับบุคลากรของโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ให้เป็นไปตามคำแนะนำและข้อบ่งชี้ในการใช้ยาที่กรมการแพทย์ สธ.กำหนด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งดำเนินแนวทางการรักษา คือ ผู้ป่วยต้องรับประทานยาครั้งละ 3 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน ห้ามใช้กับผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม ผู้ที่การทำงานของตับหรือไตบกพร่อง การเลือกใช้ยาแพกซ์โลวิดจะให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ซึ่งไม่จำเป็นต้องรับยาทุกคน กลุ่มอาการดีไม่มีความเสี่ยงพิจารณาให้ยาตามอาการ เช่น ฟ้าทะลายโจรหรือฟาวิพิราเวียร์
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รับมอบยาแพกซ์โลวิด (Paxlovid) จากบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวนการจัดซื้อ 50,000 คอร์สการรักษา รวม 1.5 ล้านเม็ด ซึ่งยาดังกล่าวกำหนดทยอยส่งมอบจนครบภายในเดือนเมษายน 2565 นี้ โดยมอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นหน่วยจัดเก็บและกระจายยา โดย ยาแพกซ์โลวิดที่จัดซื้อถือครั้งนี้ เบื้องต้นถือว่ามีจำนวนเพียงพอ อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นสามารถจัดซื้อเพิ่มได้ ซึ่งการจ่ายยาแต่ละชนิดขึ้นกับอาการและดุลพินิจของแพทย์
โดยในเบื้องต้นจะกระจายยาไปที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่และมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการ สธ.เป็นผู้พิจารณากระจายยา การใช้ยาจะเป็นไปตามคำแนะนำของกรมการแพทย์และข้อบ่งชี้ในการใช้ยา เบื้องต้นจะให้ยากับคนไข้สูงอายุ มีโรคร่วม และเริ่มมีอาการ หรืออาการปานกลาง โดยยาแพกซ์โลวิดเป็นยาต้านไวรัสชนิดเม็ด ใช้รับประทาน กลุ่มที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง คือ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม ผู้ที่การทำงานของตับ หรือไตบกพร่อง รวมถึงผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน การพิจารณาให้ยาแพกซ์โลวิดจึงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยโควิด-19.
ขอขอบคุณที่มา: กรุงเทพมหานคร