นายวิเชียร กล่าวด้วยว่า การลาออกในครั้งนี้ไม่ได้แจ้งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ โดยตรง แต่ได้แจ้งความจำนงค์กับพรรคในการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ผ่านมา ว่าไม่ต้องการขอรับตำแหน่งกรรมการบริหาร ตั้งแต่ต้นแล้ว ส่วนนายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่เพิ่งได้เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐพร้อมกันนั้น จะลาออกตามไปด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถตอบแทนได้ว่าจะมีบุคคลใดลาออกตามไปอีกหรือไม่ พร้อมปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการลาออกในครั้งนี้ เป็นสาเหตุจากปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐหรือไม่
"โดยมารยาทถ้าไปพูดในสิ่งที่ไม่ดีต่อพรรคเก่า ก็คงจะไม่ใช่วิสัยของผม เพียงแต่จะเรียนว่าผมต้องไปอยู่ที่ที่ผมจะได้มีโอกาส และก็เป็นพรรคที่เปิดโอกาสให้คนที่จะได้ทำงานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมมาก ที่นั่นผมก็ประสงค์เท่านั้นเอง" นายวิเชียร กล่าว
สำหรับการแถลงข่าวของนายวิเชียร ยังมีนายวัชระ กรรณิการ์ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย มาติดตามการแถลงข่าวด้วย นอกจากนั้น ยังปรากฏกำหนดการ การประชุมใหญ่สามัญประจำปี พรรคสร้างอนาคตไทย ครั้งที่ 1 ปี 2565 ที่มีชื่อของนายวิเชียร ชวลิต เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ ที่จะแสดงจุดยืนทางการเมือง ในการประชุมดังกล่าว ร่วมกับนายอุตตมะ นายสนธิรัตน์ และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายสุพล ฟองงาม และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ที่ได้เป็นสมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทยก่อนหน้านี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิเชียร เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2565 โดยนายวิเชียร เป็น 1 ใน 4 กรรมการบริหาร ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างลง เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ จ.นครราชสีมา โดยได้แจ้งความประสงค์จะไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่สุดท้ายกถูกใส่ชื่อเข้ามาพร้อมกับ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ แบบที่เจ้าตัวปฎิเสธไปแล้ว
สำหรับลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่เลื่อนขึ้นมาแทนนายวิเชียร ได้แก่ ลำดับที่ 26 คือ นายภาคิน สมมิตรธนกุล