หลังจับกุม พล.ต.ต.ธรรมจักร คงมงคล ได้สอบปากคำผู้ก่อเหตุทั้ง3รายด้วยตนเอง โดยนายณัฐพงษ์หรือตั้ม มือยิง สารภาพว่าคืนเกิดเหตุหลังจากหมอลำซิ่งกำลังจะเลิกการแสดง ได้เกิดเหตุชุลมุน วุ่นวายขึ้นที่หน้าเวทีหมอลำซิ่ง ตนได้เข้าไปดึงแขนนายสุดใจหรือไผ่ มือมีด ลูกพี่ที่อยู่ในงานเกรงว่าจะไปทำร้ายคนอื่น ขณะที่พานายไผ่ออกมาถึงรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าวัด กลุ่มเจ้าถิ่นบ้านโคกก่องวิ่งถืออาวุธตามมาจำทำร้ายเกรงจะได้รับอันตราย จึงเปิดเอาปืนที่ซ่อนไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ยิงขึ้นฟ้าไป2นัด จากนั้นก็ทิ้งรถวิ่งหลบหนีออกมารอเพื่อนที่บริเวณ3แยกบ้านโคกก่องหน้าป้อมสายตรวจ ทางไปบ้านไร่สุขสันต์ ขณะที่ยืนโทรศัพท์ ให้น้องอีกคนมารับ ผู้ตายและเพื่อนได้ถือมีดวิ่งข้ามถนนจะมาทำร้ายอยู่ห่างกันประมาณ 20 เมตร จึงยิงปืนสวนออกไป1นัด โดยไม่หวังผล ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนดัดแปลง ใช้แม็กกาซีน ขนาด380.มม ได้สั่งซื้อผ่านเพจในราคา20,000บาทมาเก็บไว้นานแล้ว หลังเกิดเหตุตนได้ขึ้นรถจักรยานยนต์ที่น้องอีกคนขี่มารับกลับบ้านพร้อมนายไผ่ ส่วนนายสุดใจหรือไผ่ มือมีด)ยังให้การภาคเสธ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวน นายไผ่พร้อมกับเพื่อนได้วิ่งเข้าไปทำร้ายผู้ตายซ้ำขณะทรุดตัวในอู่ซ่อมรถหลังถูกคมกระสุนปืนที่นายตั้มยิงเข้าใส่ โดยได้ใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 15 ซม.แทงซ้ำก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถหลบหนี จนอาการสาหัสถูกนำส่ง รพ.บึงกาฬและเสียชีวิตก่อนถึงห้องฉุกเฉิน
ส่วน นายทศพรหรือทศ พวงสุวรรณ ที่ตำรวจสามารถตามจับกุมมาทีหลังตกเป็นผู้ต้องหารายที่ 3 จากการสืบสวนสอบสวน เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังของการก่อเหตุในครั้งนี้ และก็เป็นผู้ขับรถยนต์กระบะ ที่จอดรออยู่บริเวณสามแยกพากลุ่มผู้ก่อเหตุหลบหนีกลับบ้าน และในการจับกุมครั้งนี้ นายทศก็ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมกันกับกลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุแต่อย่างใด
หลังสอบปากคำ พล.ต.ต.ธรรมจักร คงมงคล ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ กล่าวว่าเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 3 คนว่า“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต” และหลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้นหากมีประเด็นเพิ่มเติมเข้าข่ายความผิดก็จะแจ้งข้อหาอื่นเพิ่มเติมอีก คดีนี้ผู้บังคับบัญชาและประชาชนให้ความสนใจ และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ จนนำไปสู่การจับกุมที่รวดเร็ว ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันบูรณาการจนสามารถตามจับกุมผู้ก่อเหตุนำตัวมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว คงจะไม่มีการทำแผนแต่อย่างใดเพราะผู้ต้องหาเกรงจะไม่ปลอดภัยถือว่าปิดคดีนี้ได้ด้วยดี และเป็นไปตามกำหนดภายใน 2 วันที่ พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4กำชับเอาไว้
ภาพ/ข่าว : นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี สำนักข่าวเนชั่น จ.บึงกาฬ