ขณะที่ ส่วนในไลน์กลุ่มชื่อ “อดีต ส.ส. และ ส.ส.ประชาธิปัตย์” ที่มีสมาชิกในห้องรวม 155 คน ได้มีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย โพสต์ข้อความว่า ขออนุญาตนะครับ เรื่องที่เป็นข่าวฉาวในขณะนี้กระทบคนที่ทำที่พื้นที่อย่างหนัก ผมเชื่อว่า ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.จะยิ่งหนักกว่า
หนักที่สุดคือชื่อเสียงของพรรคเรา ที่อีกไม่กี่เดือนจะมีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว ผมขอให้ผู้บริหารมีท่าทีที่ชัดเจนต่อเรื่องนี้ ที่จะสร้างความมั่นใจกับสังคมว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่เพิกเฉย ดูดาย หรือเกียร์ว่าง กับเรื่องที่เกิดขึ้นครับ ขออนุญาตที่ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา” หลังจากนั้น ก็ไม่มีสมาชิกพรรค หรือผู้บริหารพรรค ตอบแต่อย่างใด
โดยนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุต่อว่า “ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่จบก็เพราะไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำอย่างตรงไปตรงมา เห็นใจคนลงพื้นที่ค่ะ”
ขณะที่นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา ได้โพสต์ต่อว่า “น่าเสียดายเหตุการณ์นี้ไม่น่ามาซ้ำเติมพรรคให้ตกต่ำลงไปในสายตาประชาชนเลย สงสารพี่เอ้ และบรรดาผู้สมัคร ส.ก.ทุกคน ถ้าฝ่ายบริหารไม่สืบสวนความจริงและออกมาขอโทษประชาชนในเรื่องนี้ก็จะกระทบภาพของพรรคในอนาคตอีกด้วยครับ”
จากนั้น นายชวน หลีกภัย ในฐานะผู้อาวุโสสุดในห้องไลน์กลุ่มดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความสั้น ๆ ว่า “อย่ากลัวปัญหา เมื่อมีปัญหา ก็อย่าหนีปัญหา” โดยหลังจากที่นายชวนโพสต์ข้อความนี้ ก็ไม่มีการพูดคุยถึงประเด็นต่ออีก
แหล่งข่าวเผยว่า มีกระแสความเคลื่อนไหวและพูดคุยซุบซิบกันในหมู่สมาชิก ส.ส. และอดีต ส.ส.พรรค ถึงกรณีของนายปริญญ์ ที่เกิดขึ้น ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคในฐานะผู้เสนอชื่อนายปริญญ์ ให้เข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรคทีมเศรษฐกิจทันสมัย ท่ามกลางการไม่เห็นด้วยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ส.ส.ของหลายคนที่รู้จักประวัตินายปริญญ์ ได้เคยทักท้วงและคัดค้านแล้ว
แต่ปรากฏว่านายจุรินทร์ ยังยืนยันที่จะเสนอชื่อนายปริญญ์ ขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าพรรคทีมเศรษฐกิจทันสมัย เพื่อต้องการสร้างภาพให้เห็นว่า สามารถดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเป็นทีมอะเวนเจอร์ ซึ่งขณะนั้น นายกรณ์ จาติกวนิช ยังเป็นสมาชิกพรรคและเป็นอดีต รมว.คลัง ไม่ได้รับการสนับสนุน จนทำให้นายกรณ์ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและไปตั้งพรรคกล้า
ขอบคุณข้อมูลสำนักข่าว theroom44channel