จากนั้น นายนิพนธ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการดับไฟป่าของชุดอากาศยาน KA – 32 พร้อมติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จ.เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีพล.ต.ประสิษฐิพงษ์ มูลดี รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หน.สนง.ปภ.เชียงใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์
ขณะเดียวกัน นายนิพนธ์ และคณะ ได้เยี่ยมชมการสาธิตการซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางอากาศยาน (MI-17,KA-32) โดยกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อซักซ้อมการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.64 – 15 เม.ย.65 เกิดจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 23,923 จุด เมื่อเทียบปี 64 (62,323 ) ลดลง 38,400 จุด คิดเป็น 61.61 % เมื่อเทียบปี 63 ( 131,093 ) ลดลง 107,170 จุด คิดเป็น 81.75 % ซึ่งจุดความร้อนวันนี้เกิด 212 จุด พบในจ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร ลำปาง ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสงวน 111 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 34 จุด พื้นที่เกษตร 28 จุด
นายนิพนธ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ที่เป็นวาระแห่งชาติ ด้วยเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และต้องขอขอบคุณชื่นชมทุกภาคส่วนที่บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ จนทำให้จุดความร้อนในปีนี้ลดลงไปได้จำนวนมาก แม้ประเทศไทยจะยังได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้านอยู่บ้าง แต่จะต้องทำให้พื้นที่ของเราปลอดหมอกควันหรือลดให้มากที่สุด ถือเป็นสิ่งที่ดี โดยขอให้มีการสรุปและถอดบทเรียนจุดอ่อนจุดแข็ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาและควบคุมได้ดียิ่งขึ้นในปีต่อ ๆ ไป