ด้านนางตื้น ศรีตะวัน อายุ64ปี แม่นายลิขิต เล่าว่า ตนมีลูกทั้งหมด3คน คนโตและคนกลางต่างก็มีครอบครัวไปทำมาหากินตามปกติ ส่วนนายลิขิต เป็นลูกชายคนเล็กเพิ่งเลิกรากับภรรยาได้ประมาณ2ปี เพราะติดยาเสพติด มีลูกกับภรรยา2คน อายุ7ขวบ กับ11ขวบ ตนก็ต้องเอามาเลี้ยง เพราะลูกชายไม่ทำการทำงาน วันๆ ก็จะชอบมาขอเงิน แต่ตนไม่ได้ให้เพราะรู้จะลูกจะเอาไปซื้อยาบ้าเสพ อีกทั้งตนก็มีรายได้แค่จากการรับจ้างตัดอ้อย และเบี้ยคนชราเท่านั้น ต้องเก็บไว้ใช้ในครอบครัวและเลี้ยงหลาน2คนด้วย ก็พยายามบอกให้ลูกไปทำมาหากินเพราะโตแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเวลาลูกมาขอเงินแล้วตนเองไม่ให้ลูกก็จะทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ก็ต้องอยู่อย่างทุกข์ใจมาตลอด กระทั่งล่าสุดลูกก็มาขอเงินอีกพอไม่ได้ดั่งใจก็ใช้ไม้ตีและบีบคอหวังจะฆ่าตนให้ตาย แต่สามีใหม่ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงมาเห็นพอดีจึงได้เข้ามาช่วย จนลูกชายโมโหหันไปทำร้ายพ่อเลี้ยงด้วยทั้งยังชักปืนจะยิงใส่ แต่พ่อเลี้ยงฮึดสู้และแย่งปืนจนกระสุนลั่นไปโดนลูกชายเสียชีวิต
ผู้เป็นแม่ยังบอกด้วยว่า ไม่เสียใจที่ลูกจบชีวิตแบบนี้ เพราะถ้าลูกชายไม่ตาย ตนกับพ่อเลี้ยงก็คงจะถูกลูกฆ่าตายทั้งคู่ ที่ผ่านมาก็อยู่อย่างทุกข์ทรมานใจมาตลอด แก่แล้วยังต้องรับจ้างหาเลี้ยงอีก
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นพนักงานสอบสวน ก็ได้แจ้งข้อหานายพรม “กระทำการโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”ส่วนศพผู้เสียชีวิตก็จะส่งไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.บุรีรัมย์ อีกครั้ง เพื่อดูวิถีกระสุนว่าตรงกับคำให้การของผู้ต้องหาหรือไม่ เพื่อประกอบสำนวนคดี กระดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนต่อไป
ภาพ/ข่าว : สุรชัย พิรักษา สำนักข่าวเนชั่น จ.บุรีรัมย์