3) ผมไม่ได้เป็นกุนซือ ด้วยเหตุผลสำคัญๆ ดังนี้
1.เรื่องนี้ ผมไม่เคยรับเงินจากใครแม้แต่บาทเดียว
2.ผมยังไม่เคยตกลงรับเป็นทนายความให้ใครในเรือเลยแม้แต่คนเดียว
3.ผมได้คุยกับคนทั้งสามต่อหน้าที่ร้านอาหารทองหล่อ แค่ 1 ชั่วโมงกว่าเท่านั้น ถ้าตำรวจจะเอาเบอร์โทรศัพท์ผม ไปหาข้อมูลโดยใช้เครื่องเซลเลไบร์ทเพื่อดูว่าสายที่โทรเข้าโทรออกจากเบอร์ผม ผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง
4.ผมไม่เคยคุยโทรศัพท์กับคนบนเรือเลยแม้แต่ครั้งเดียว
5.ให้ทุกๆ ท่าน มาตรวจสอบ Timeline ในเฟสบุ๊กของผมได้ว่า หลังวันที่ 25 ก.พ.ผมทำงานคดีอื่น และตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.- 6 มี.ค.ผมอยู่ต่างจังหวัด (จ.ร้อยเอ็ด และ จ.นครพนม) ถ้าคิดว่าจะติดต่อกันวิธีอื่น ก็มาตรวจสอบโทรศัพท์ของผม หรือของภรรยา หรือตรวจอีเมล์ ไลน์ เฟซบุ๊ก ก็มาตรวจได้เลย
6.เรื่องอื่นๆ ท่านสามารถไปสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักข่าวอัมรินทร์ เพราะผมอธิบายให้นักข่าวไปเป็นชั่วโมงเลย
ปล.ผมไม่อยากนำเสนอตัวในข่าว เพราะผมรับกับความคิดอคติของคนบางคนไม่ได้ เช่น ถ้าออกข่าว ก็ว่าหิวแสง ถ้าไม่ออกข่าว ก็ว่าปกปิด มีพฤติการณ์น่าสงสัย ..พูดอะไรไป ก็ไม่เชื่อ ว่าโกหก ทั้งๆ ที่เอาหลักฐานมากางให้ดู…ขอให้พี่ๆ นักข่าวเข้าใจผมบ้างครับ
หมายเหตุ ผมได้ออกข่าวและนำเสนอชื่อนามสกุลจริงของผมต่อสาธารณชนแล้ว ผู้ใดที่กล่าวหาผม ไม่ว่าจะโพสต์หรือคอมเม้นท์ในทางที่เสียหาย ผมยืนยันว่าจะดำเนินคดีแพ่งและอาญาอย่างถึงที่สุด "ถ้าทนายความ ปกป้องตัวเองยังไม่ได้ อย่าคิดที่จะไปปกป้องคนอื่น” ถือว่าผมเตือนแล้วนะ…และในศาล ผมไม่ใช่คนใจดีนะครับ
จากนั้นมีการโพสต์ย้ำอีกรอบว่า “ไม่ว่าทนายความ สำนักข่าวหรือผู้ใด ออกข่าวหรือแสดงความเห็นใดๆ ที่ทำให้ผมเสื่อมเสียหรือเสียหายฯ ผมจะยื่นฟ้องต่อศาลดำเนินคดีทันที ..อย่าลืมนะว่า ผมเป็นเจ้าของสำนักงานทนายความ และผมมีความจำเป็นต้องปกป้องศักดิ์ศรีของผมและครอบครัว”