"พอเราปล่อยให้ปัญหามาถึงวันนี้ ที่ดินที่เป็นของเอกชนประมาณ 40 % ที่ดินเอกชนในอดีตสมัยท่านปรีดี พนมยงค์ พัฒนามา เรามีกฎหมายที่ดินที่มีคุณค่ามาก เขาบอกว่า ที่ดินที่เป็นเอกชน ถ้าเป็นที่ดินที่อยู่อาศัย ก็เอาไป 5 ไร่ เป็นการพาณิชย์ ก็ 5 ไร่ อุตสาหกรรมก็ 5 ไร่ แต่ถ้าเป็นเกษตรกรรมควรจะ 50 ไร่ ทางเผด็จการจอมพลสฤษดิ์ ก็ให้เลิกใช้กฎหมายนี้ พอเลิกใช้วันนี้ที่ดินกลายเป็นสินทรัพย์ ไม่ใช่ปัจจัยการผลิต การเป็นสินทรัพย์ก็จะมีการกักตุนที่ดิน มีการเอาที่ดินมาแล้วไม่ผลิต วันนี้ถ้าเอานิยาม 50 ไร่ของเกษตรกรรม เกษตรกรเรามีประมาณ 20 ล้านคน คนมีที่ดินถึง 50 ไร่ไม่ถึง 3 ล้านคน ก็คือที่ดินมันจะกระจุกตัวในคนรวย" พ.ต.อ.ทวี กล่าว
อย่างไรก็ตาม วันนี้สังคมไทยไม่มีความมั่นคงเรื่องที่อยู่อาศัย คนไร้ที่ดิน แต่ปรากฏว่าโครงการรถไฟความเร็วสูง ได้เอาที่ดินที่เป็นที่ดินของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ที่ทรงเลิกทาส เอาไปให้นายทุนใช้ได้ ที่สำคัญยิ่ง เอาแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ต้องการให้คนจน คนรวย เดินทางมาถึงพร้อมกัน และเป็นระบบที่มีความยุติธรรมที่สุด ปรากฏว่า เอาไปประเคนให้กับนายทุน ซึ่งลงทุนไปเกือบ 4 หมื่นล้านบาท เอาไปเพียงแค่หมื่นกว่าล้าน แต่พอวันที่ 24 ต.ค. 64 ถึงเวลานัด นายทุนบอกว่า มีปัญหาเรื่องโควิด พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ วันนี้ 6 เดือนยังไม่จ่าย แต่ปรากฏว่าจะไล่ที่ของประชาชน เพื่อจะเอาที่ให้เป็นรถไฟความเร็วสูงระหว่างสุวรรณภูมิไปดอนเมือง พอขับไล่ก็ไม่มีที่จะอยู่
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ถ้าจะสามารถปฏิรูปที่ดินได้ โดยเฉพาะที่ดินของรัฐ ต้องเริ่มจากการเลิกรวมศูนย์ อาจจะต้องยุบกรมป่าไม้ ยุบกรมอุทยานฯ แล้วก็โยนปัญหาที่ดินไปให้ท้องถิ่นจัดการ ซึ่งต่อไปจะเป็นระบบการเลือกตั้ง ประเทศต่างๆ ก็ทำอย่างนี้หมด แทนที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะเป็นของประชาชน กลับเอาสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปเป็นของข้าราชการหรือนายทุน เรื่องนี้ต้องรีบแก้โดยด่วน โดยเฉพาะ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฯ
อีกทั้ง ในเรื่องของความยุติธรรมที่ใหญ่สุดก็คือรัฐธรรมนูญ แต่จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าพรรคฝ่ายค้านพยายามต่อสู้มา โดยเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยาก จึงเสนอคืนอำนาจให้เจ้าของอธิปไตยร่าง ก็คือให้มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อไปร่างรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน แต่ฝันของประชาชนและฝ่ายค้านไปไม่ถึงฝัน เพราะมีบทเฉพาะกาล ก็คือการรัฐประหารเงียบ ที่กำหนดให้ ส.ว.250 คนเลือกนายกฯ และมีอำนาจอีกหลายอย่างโดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศ
สำหรับอีกเรื่องของความยุติธรรม คือ เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรม ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่จริงๆ แล้วอาชญากรอาจจะหมายถึงกฎหมาย สิ่งที่เป็นอาชญากรใหญ่ที่สุดในเรื่องความเป็นธรรม ก็คือกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่พูดกันวันนี้ คือกฎหมายอุทยานฯ อยู่ๆ ไปประกาศพื้นที่อุทยานทับที่อยู่อาศัยของคน ซึ่งอยู่มา 300 ปี หลายแห่งก็มีการพิสูจน์ เห็นแสงสว่างตรงปลายอุโมงค์แล้วว่ารัฐรุกประชาชน รัฐประกาศเขตป่า แต่พอ พ.ร.บ.อุทยานฯ ปี 2562 เกิดขึ้น ทุกคนเป็นผู้อาศัย เป็นผู้บุกรุกป่า ดังนั้น สิ่งที่ควรจะกระทำอย่างยิ่ง คือ แก้ไขกฎหมายอุทยานฯ และกฎหมายที่ออกในยุคเผด็จการ ยุคที่คนฉีกรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ส่วนตัวเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจกล้าใช้นโยบายรัฐสวัสดิการ สวัสดิการคือสิทธิ สวัสดิการไม่ใช่สงเคราะห์ เช่น 3,000 บาทบำนาญถ้วนหน้า ต้องเป็นสิทธิ์ของทุกคน พรรคประชาชชาติได้เสนอตั้งแต่ปี 63 ก็คิดว่าถ้าคนสูงอายุมีวันละ 100 บาท หรือมีเดือนละ 3,000 บาท อย่างน้อยมันแก้ปัญหาความยากจน แต่นายกฯบอกว่า เป็นกฎหมายการเงิน ก็โยนตกไป แล้ววันนี้ พอให้ฝ่ายรัฐบาลมาแก้เอง บอกว่าบำนาญ 3,000 บาทมีประโยชน์ ก็จะเอากลับมา
"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องมีพื้นที่ คำว่าพื้นที่คือ การกระจายอำนาจ มีพื้นที่ให้สำหรับประชาชน ต้องจำไว้ว่าประชาชนไม่ได้อยู่รับใช้รัฐบาล รัฐบาลต่างหากที่ต้องอยู่รับใช้ประชาชน อันนี้คือเรื่องใหญ่ ดังนั้นอยากให้ประชาชนตื่นรู้ และลุกขึ้นมาเรียกร้อง ถ้ารัฐบาลทำไม่ถูกต้อง" เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าว