ฟอสฟอรัสขาว เป็นสารไวไฟที่ถูกค้นพบนานกว่า 200 ปี มีคุณสมบัติที่ไวไฟ เพียงเสียดสีเบาๆ ก็ลุกไหม้ได้ ถูกใช้เป็นอาวุธในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเป็นส่วนประกอบของลูกปืนใหญ่ของกองทัพอังกฤษ ก่อนถูกพัฒนาเป็นส่วนผสมหลักของระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นที่มาของชื่่อ "ระเบิดฟอสฟอรัส"
กฎหมายระหว่างระหว่างประเทศ, พิธีสาร หรืออนุสัญญาต่างๆ ที่พูดถึงการห้ามใช้อาวุธเคมี กลับไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่า ห้ามใช้ฟอสฟอรัสขาว แต่การที่มันมีฤทธิ์ทำให้เกิดการเผาไหม้รุนแรงและก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บที่น่ากลัว ทำให้การนำมาใช้กับพลเรือน เข้าข่ายเป็นอาชญากรรมสงคราม และกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน "Human Rights Watch" ระบุว่า "ฟอสฟอรัสขาวเป็นหนึ่งในอาวุธที่โหดร้ายที่สุด ในสงครามสมัยใหม่ เพราะทำให้มนุษย์ต้องทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต"
ความน่ากลัวของระเบิดฟอสฟอรัสขาว อยู่ที่พลังในการทำลาย ที่ไม่ได้ใช้แรงอัดเป็นตัวสร้างความเสียหาย แต่ใช้คุณสมบัติของการติดไฟที่ไม่ดับลงง่ายๆ ในการสร้างความเสียหาย เมื่อถูกทิ้งลงจากเครื่องบินก็จะเหมือนกับกลุ่มลูกไฟที่ตกลงสู่พื้น ควันของมันจะทำให้ผู้ที่ถูกสูดดมเข้าไป เกิดการระคายเคืองที่ระบบทางเดินหายใจ และถ้าสัมผัสลงบนร่างกายของมนุษย์ ฟอสฟอรัสก็จะลุกไหม้ไปเรื่อยๆ จนถึงกระดูก ผู้เสียชีวิตจากระเบิดชนิดนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดอากาศหายใจและความเจ็บปวดจากแผลที่เกิดการไหม้ของฟอสฟอรัสขาว ซึ่งจะใช้เวลานาน ทำให้หลายประเทศมองว่า ระเบิดชนิดนี้เป็นอาวุธที่ "ไร้มนุษยธรรม" ซึ่งหลังสงครามเวียดนาม ได้มีการลงนามห้ามใช้ระเบิดฟอสฟอรัสขาวโจมตีพลเรือน เพราะมีความน่ากลัวในระดับเดียวกับระเบิดนาปาล์ม