นายวัชระ กล่าวต่อว่า และให้เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและรายงานให้ศาลทราบ ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ เกิดจากกรมควบคุมมลพิษถูกหลอกลวงว่าผู้รับเหมามีประสบการณ์ และมีผลงานในการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียมาก่อน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในการทำสัญญาบำบัดน้ำเสียอันเป็นเหตุแห่งคดีดังกล่าว ทั้งที่ความจริงแล้วผู้รับเหมารายนี้ไม่เคยมีประสบการณ์และมีผลงานใด ๆ ในการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียมาก่อน ซึ่งเป็นสาระสำคัญของเรื่องค่าโง่รายนี้ ดังนั้นผู้รับเหมารายนี้ จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับงานบำบัดน้ำเสีย เพราะเหตุที่มีการปกปิดและหลอกลวงกรมควบคุมมลพิษจึงทำให้กรมควบคุมมลพิษได้เข้าทำสัญญา และทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเป็นจำนวนเงินกว่า 23,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ซึ่งผู้รับเหมารายนี้ต้องชดใช้แก่กรมควบคุมมลพิษ อีกทั้ง ศาลฎีกาก็ได้พิจารณาคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงดังกล่าวและพิพากษาให้จำคุกผู้บริหารของผู้รับเหมา ฐานฉ้อโกงตั้งแต่ 3-6 ปี ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลฎีกานั้นว่า ผู้รับเหมาหลอกลวงทำให้กรมควบคุมมลพิษเสียหายไม่น้อยกว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับเหมาได้ แต่กลับมีการละเว้นไม่ดำเนินการใด ๆ