อย่างไรก็ตาม การดำเนินการหลังจากนี้ จะต้องมีรายชื่อของผู้เชิญชวนจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน จึงจะสามารถนำร่างดังกล่าวไปยื่นต่อประธานรัฐสภาได้ จากนั้นจึงจะเริ่มล่ารายชื่อประชาชนต่อไป โดยวางกรอบวันที่ 1 เม.ย. เป็นวันเริ่มโครงการวันแรก
ด้านนายธนาธร ได้กล่าวถึงโครงสร้างรัฐว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะท้องถิ่น ที่มีข้อจำกัดเรื่องอำนาจผนวกกับการคุมที่เข้มข้นของ สตง. ทำให้ไม่มีใครคิดนอกกรอบ และการงบประมาณที่มีจำกัดทำให้ไม่เพียงต่อการแก้ปัญหา และตอบสนองความต้องการของประชาชน และแม้ว่าองค์กรปกครองส่วนถ้องถิ่น จะถูกมองว่ามีข้อจำกัดเรื่องศักยภาพและเรื่องการทุจริต แต่ศักยภาพเป็นเรื่องที่สร้างได้หาก หากไม่ถูกจำกัดทั้งเรื่องโครงสร้างและงบประมาณ ส่วนเรื่องการทุจริต ต้องยอมรับว่ามีทุกที่ทุกอาชีพ แต่การดึงงบประมาณมาใกล้ประชาชนจะทำให้ประชาชนตระหนัก ให้ความสนใจ สุดท้ายประชาชนจะเข้ามาตรวจสอบงบประมาณของตนเอง
"หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านและมีผลบังคับใช้ จะทำให้ไม่มีตัวกลางในการจัดสรรงบประมาณ ทำให้งบประมาณอยู่ใกล้ประชาชนมากขึ้น และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เร็วขึ้น" นายธนาธร กล่าว
ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 ว่าด้วยการปกครองท้องถิ่น เพื่อปลดล็อกท้องถิ่น และปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ของท้องถิ่น โซ่ตรวนที่ล็อกอยู่จะถูกทำลาย ดอกไม้จะเบ่งบาน โดยจะเริ่มให้ประชาชนลงชื่อได้ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ทั้งออนไลน์ และลงชื่อโดยตรง ซึ่งหากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองหรือยุบไปเสียก่อน ก็คาดว่าจะได้เข้าสู่การพิจารณาของสภา และมั่นใจจะได้รับความเห็นชอบแน่นอน