นายปิยบุตร กล่าวว่า กลไกต่าง ๆ ทุกวันนี้ ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติง่อยเปลี้ยเสียขาไปเรื่อย ๆ อำนาจในการตรากฎหมายที่ว่าเป็นของสภา สุดท้ายถูกฝ่ายบริหารคือคณะรัฐมนตรีมาขี่คออยู่เหนือฝ่ายนิติบัญญัติเสียแล้ว ทั้งนี้ ประเทศไทยปกครองในระบบรัฐสภา ซึ่งแตกต่างจากระบบประธานาธิบดีชัดเจนที่หลักการแบ่งแยกอำนาจ ระบบประธานาธิบดีนั้นแยกขาดชัดเจนระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ยุ่ง ไม่คาบเกี่ยวกัน
ขณะที่ระบบรัฐสภายังยุ่งย่ามเกี่ยวกันอยู่ เช่น การที่ ครม. มีอำนาจเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภา , นายกรัฐมนตรีมีอำนาจยุบสภาได้ หรือแม้แต่การที่นายกรัฐมนตรีต้องมาจากความเห็นชอบของสภา , หรือการที่สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหาร เป็นต้น นี่คือการแบ่งแยกอำนาจที่ไม่เคร่งครัด ยังมีความสัมพันธ์เกี่ยวดองกันอยู่ แต่สุดท้ายทำไปทำมา กลับกลายเป็นว่าฝ่ายบริหารขึ้นมาอยู่เหนือฝ่ายนิติบัญญัติ ร่างกฎหมายกี่ฉบับที่ผ่านจะเห็นว่าเป็นร่างที่ ครม. เสนอ
ส่วนที่ร่างฎหมายที่ ส.ส. เสนอนั้น เข้าสู่วาระการประชุมสภาได้ยากเย็นมาก เข้ามาแล้วยังโดนกลไกดองดังกล่าว ทั้งนี้ นายปิยบุตร ยังไม่ได้มีการข้อสังเกต 5 ข้อ ว่า ทำไมร่างกฎหมายที่ ส.ส. เสนอถึงคลอดออกมาได้ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินอีกด้วย