ดร.ธนกร กล่าวว่า ปัจจุบันการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนมีทั้งข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นในข่าวเดียวกัน ซึ่งถึงเวลาควรจะทำให้ประชาชนได้เข้าใจชัดเจนระหว่างความเป็นสื่อทั่วไปกับสื่อมวลชน
ขณะเดียวกันในมุมของผู้รับชมก็ควรรู้เท่าทันสื่อ เพราะสื่อทุกวันนี้มักเล่นกับจริตความรู้สึกของผู้รับชม ดังนั้นประชาชนเองก็ต้องระมัดระวังหากเข้าใจว่าข้อมูลที่เป็นความรู้สึกกลายเป็นข้อเท็จจริง อาจกลายเป็นเหยื่อของข่าวได้โดยเฉพาะในยุคที่มีการแข่งขันของสื่อที่สูง
โดยหลักการคือต้องไม่เชื่อข่าวๆนั้นก่อน และต้องสามารถตรวจสอบได้ก่อนจะเชื่อในข่าวนั้น
"การรู้เท่าทันสื่อที่ดี ขอให้ตระหนักว่าเราทุกคนเป็นผู้เปิดรับสื่อ ในแต่ละวันเราอยู่กับสื่อเป็นส่วนใหญ่ และข้อมูลข่าวสารที่วิ่งเข้ามาหามีทั้งบวกและลบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลบมากกว่าและแน่นอนว่าข้อมูลเหล่านั้นจะมีผลกระทบต่อชีวิตของเราอย่างมากอยู่ที่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวดังนั้นถ้าเราต้องการปฏิเสธหรือยับยั้งสื่อที่ไม่ดีทั้งหลายเราก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาคัดกรองข่าวสารเตือนคนรอบข้างและลุกขึ้นมาทำสื่อเอง" ดร.ธนกร กล่าว
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เชื่อว่าทุกคนเป็นสื่อที่ดีได้ แค่ทำเรื่องดีๆที่ใกล้ตัวเป็นประโยชน์ส่งเสริมการเรียนรู้ซึ่งกองทุนมีกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ คอยสนับสนุน ตั้งแต่การมีหลักสูตรอบรมและการให้ทุนเพื่อสนับสนุน พร้อมเชื่อว่าการสร้างระบบนิเวศของสื่อทุกคนทำได้และประชาชนทุกคนสามารถเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพได้เช่นกัน
ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : รายการวันใหม่วาไรตี้/ไทยพีบีเอส