10 มีนาคม 2565 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุขมีแผนมาตรการในการเปลี่ยนผ่าน โควิด-19 สู่การเป็นโรคประจำถิ่น ที่จะเริ่มในเดือนก.ค.65 ว่า แนวทางการรักษาต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องตามสถานการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จากที่ต้องเข้าโรงพยาบาลทุกราย ก็ค่อยๆปรับ มาสู่ระบบการรักษาตัวที่บ้าน หรือรูปแบบอื่น
หากตัวโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนไม่มีความรุนแรงของโรคที่มากขึ้น ทิศทางการรักษา จะเน้รักษา แบบผู้ป่วยนอก OPD เป็นหลัก ที่อาจไม่ต้องกักตัวที่บ้าน แต่ต้องมีมาตรการทางสังคมควบคู่ไปด้วย ย้ำหากเชื้อไม่ได้มีการกลายพันธุ์ที่รุนแรงน่ากังวล หรือส่งผลต่อการของผู้ป่วยปอดอักเสบเหมือนในช่วงสายพันธุ์เดลตา
ส่วนการฉีดวัคซีนป้องกันก็จะเหมือนกับไข้หวัดใหญ่ที่จะเป็นการฉีดวัคซีนตามฤดูกาลปีละครั้ง เพื่อลดความรุนแรงของโรค
อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายเพิ่มเติมถึงหลักเกณฑ์ในการรักษาโควิดสู่การเป็นโรคประจำถิ่น ว่า จะดูจากความรุนแรงของโรคเป็นหลัก อัตราการเสียชีวิต ไม่เกินร้อยละ 0.1 แต่สถานการณ์ความรุนแรงของโรคเหมือนในช่วงที่สายพันธุ์ เดลต้า ที่มีจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบและปอดบวม จำนวนมาก ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ หากเป็นไปในแนวทางนี้ก็อาจจะไม่ง่ายนักที่จะสู่โรคประจำถิ่น หรือการรักษาแบบ OPD
“ ในช่วงการระบาดโรคโควิด สายพันธุ์โอมิครอน หรือ มีการแพร่เชื้อเร็ว แต่ความรุนแรงของโรคลดลง ประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนที่ดี สามารถป้องกันได้ดี แนวโน้มก็จะนำไปสู่โรคประถิ่น ”
แต่ทั้งนี้ ต้องมีองค์ประกอบอื่นๆร่วมด้วย ในการควบคุมโรคที่ยังคงต้องเฝ้าระวังในกลุ่มที่มีการระบาดเป็นคลัสเตอร์