เนชั่นทีวี

ข่าว

"บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น"ท่าทีไทยต่อรัสเซีย-ยูเครน

04 มี.ค. 2565 | ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น

"บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น"ท่าทีไทยต่อรัสเซีย-ยูเครน

"บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น"บทสรุปลีลาประเทศไทยต่อถ้อยแถลงของเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ และการลงมติคัดค้านกรณีรัสเซียบุกยูเครน เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2565 ณ นครนิวยอร์ก

ถ้อยแถลงของ ดร.สุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ กล่าวได้ว่า สอดคล้องกับวิถีทางการทูตของไทยที่มีต่อประเทศมหาอำนาจในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ไม่มีสิ่งใดใหม่และชัดเจนในถ้อยแถลงนี้ เห็นได้จากเนื้อหาที่แถลงการณ์ออกมานั้น มีความพยายาม "รอมชอมทางคำพูด" ดังนี้

 

(1) ไม่กล่าวถึงชื่อประเทศผู้รุกรานคือ "รัสเซีย" แม้แต่น้อย

 

(2) ไม่กล่าวถึงท่าทีของไทยอย่างชัดแจ้งในการเริ่มแถลง แต่หลบเลี่ยงด้วยการอ้างถึงระดับที่กว้างกว่า คือ เหล่ารัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของชาติสมาชิกอาเซียน ที่ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2022 แทน

(3) ไม่กล่าวถึงคำว่า "ประชาธิปไตย" อันประกอบด้วย เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ อันเป็นหลักประชาธิปไตยสากล แต่หลบเลี่ยงด้วยการอ้างถึงการยึดตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของอำนาจอธิปไตย เขตปกครอง ความซื่อสัตย์มั่นคงและเอกราชทางการเมืองของรัฐ

 

การหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงหรือภัยคุกคาม การใช้กำลังต่อรัฐอื่น สันติภาพ การปรองดอง ความเมตตา ซึ่งเป็นคำถามสำคัญมากว่าถ้อยแถลงนี้หลบเลี่ยงคำว่า "ประชาธิปไตย" ด้วยเหตุผลประการใด

 

แต่ขณะเดียวกัน เมื่อถึงการลงมติคัดค้านการรุกรานของรัสเซียในยูเครน ประเทศไทยได้ร่วมลงมติคัดค้านด้วย

ดังนั้น จึงเห็นถึงลีลาทางการทูตของไทยได้ว่า เป็นตามคำพังเพยโบราณว่า "บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น" เพราะในเชิงถ้อยแถลงไม่ระบุชื่อประเทศผู้รุกราน ซึ่งถือเป็นการรอมชอมกับรัสเซีย และอาจทำให้มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาไม่พอใจได้ แต่เมื่อถึงเวลาลงมติกลับคัดค้านการบุกรุกยูเครน

 

ซึ่งเป็นการรอมชอมกับสหรัฐอเมริกา เป็นลีลาทางการทูตในลักษณะพบกันครึ่งทางบนหลัก "ทางสายกลาง" ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะไทย และมีความเหมาะสมกับประเทศขนาดกลางอย่างประเทศไทยนั่นเอง 

 

ข่าวล่าสุด