สถิติของกระทรวงพาณิชย์ รัสเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยในการพัฒนาการค้า แต่น่าเสียดายที่การค้าไทยกับรัสเซียได้รับผลกระทบที่รุนแรงจากวิกฤตการเงินโลก โดยในปี 2551 ปริมาณการค้าทวิภาคีมีมูลค่า 3,820 ล้านดอลลาร์ ในปี 2552 มูลค่าการค้าลดลงไป 52.5% หรือ 2,100 ล้านดอลลาร์ ก่อนกลับมาขยายตัวเป็นบวกในปี 2563 ช่วง 10 เดือนแรก ที่ปริมาณการค้าทวิภาคีเพิ่มขึ้น 92.5% คิดเป็นมูลค่า 3,060 ล้านดอลลาร์
ในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม รัสเซียนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย มีมูลค่า 631 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 88% ขณะที่สินค้าที่รัสเซียส่งออกมายังประเทศไทยส่วนใหญ่คือ เหล็ก และเหล็กกล้า มูลค่า 793,500,000 ดอลลาร์, น้ำมันดิบและไฮโดรคาบอนอื่น ๆ มูลค่า 635,200,000 ดอลลาร์, ปุ๋ย เครื่องจักรและอุปกรณ์มูลค่า 36,200,000 ดอลลาร์, เครื่องใช้ไฟฟ้ามูลค่า 25,200,000 ดอลลาร์, ผลไม้มูลค่า 21,200,000 ดอลลาร์ และเครื่องประดับ 18,400,000 ดอลลาร์
การลงทุนของไทยในรัสเซียยังน้อยมาก บริษัทของไทยที่เข้าไปลงทุนในรัสเซียขณะนี้ได้แก่ บริษัท warehouse ผู้ผลิตเครื่องสำอาง และบริษัท Charoen Pakhand Foods Public Co.td (CPF) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์และเลี้ยงสุกร ที่จะขยายขอบข่ายการลุงทุนครบวงจรในอนาคต
ที่ผ่านมามีบริษัทไทยได้ให้ความสนใจเข้าไปลงทุนหลายแห่ง แต่ยังอยู่ในขั้นศึกษาและพิจารณาความเป็นไปได้ เช่น โครงการสร้างพื้นที่อุตสาหกรรมในกรุงมอสโคว์ การตั้งศูนย์ธุรกิจ ไทย-รัสเซีย ในทางกลับกัน มีนักลงทุนรัสเซียเข้ามาลงทุนในไทย 2 บริษัท คือ บริษัท Amek Industries Co.,Ltd. จัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ และบริษัท Formica-Phianite Co.,Ltd. โรงงานผลิตหินสีและอัญมณี รัสเซียยังพร้อมที่จะทำงานร่วมกัน ในโครงการร่วมทุนในการทำเหมืองแร่อุตสาหกรรมยานยนต์ นาโนเทคโนโลยีชีวภาพและการบริการ