ส่องไทม์ไลน์ "กฎหมายลูก" (บัตร 2 ใบ)
ก.พ.65 => เข้าวาระ 1 ที่ประชุมร่วมของรัฐสภา คาดว่าเป็นช่วงหลังอภิปรายทั่วไป 17-18 ก.พ.นี้
ปลาย ก.พ.65 => รับหลักการวาระ 1
มี.ค.-เม.ย.65 => พิจารณาวาระ 2 (กมธ.วิสามัญฯ)
พ.ค.65 => ส่งกลับมาพิจารณาวาระ 2-3 ในที่ประชุมร่วมของรัฐสภา
**อาจเปิดประชุมวิสามัญฯ เร่งบรรจุก่อนเปิดประชุมสมัยสามัญ เพราะเสี่ยงโดนยื่นซักฟอก
กรณีไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ
ปักษ์หลัง พ.ค.65 => พิจารณาวาระ 2-3 และลงมติ
มิ.ย.65 => ส่งให้ กกต. พิจารณาว่าเห็นชอบด้วยหรือไม่
-ถ้าไม่เห็นชอบ จะล่าช้าออกไป และต้องยึดตาม กกต.เป็นหลัก
-ถ้าเห็นชอบ ก็ส่งกลับสภา และนำขึ้นทูลเกล้าฯ
เมื่อทูลเกล้าฯ แล้ว จะมีกรอบเวลา 90 วัน ที่จะพระราชทานลงมา
ก.ค.-ก.ย.65 => รอโปรดเกล้าฯ กฎหมายลูก 2 ฉบับ
**กฎหมายลูกจะมีผลบังคับใช้เร็วที่สุด ก.ค.65 ช้าที่สุด ก.ย.65
หลังจากนั้นถ้ามีการยุบสภา จะต้องจัดเลือกตั้งใหม่ไม่เร็วกว่า 45 วัน แต่ไม่ช้ากว่า 60 วัน ตารัฐธรรมนูญ มาตรา 103
**หากคิดตามกรอบเวลานี้ กรณียุบสภาทันทีหลังกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้ เหมือนทีรัฐบาลอภิสิทธิ์ วางมาตรฐานไว้ จะมีการเลือกตั้งได้ตั้งแต่ ก.ย.ไปจนถึงปลายปี 65
ฉะนั้นฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค จึงอาจจับมือกัน ล้มนายกฯช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อเลือกนายกฯใหม่ และอาจล้างไพ่ ตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เกลี่ยเก้าอี้กันใหม่ โดยเฉพาะโควต้ากลาง ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่จะประคองการแก้กฎหมายลูก และอาจยุบสภา จัดเลือกตั้ง โดยที่รัฐบาลใหม่ ก็จะมีสถานะเป็น "รัฐบาลรักษาการ" ด้วย
ถ้าทุกอย่างเดินไปตามแผนนี้ รัฐบาลใหม่จะมี อนุทิน เป็นนายกฯ และอาจจะยึดพรรคร่วมรัฐบาลเดิมเป็นหลัก โดยทิ้ง พล.อ.ประยุทธ์ ไว้เบื้องหลัง แล้วเกลี่ยเก้าอี้กันไป และอาจดึงพรรคฝ่ายค้านบางพรรคเข้ามาเสียบ เพื่อไม่ให้เพื่อไทยชิงการนำในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ไป
นี่คือซีนาริโอการเมืองอีกแบบหนึ่งที่กำลังถูกพูดถึงกันอย่างมากในแวดวงนักเลือกตั้ง และทีมความมั่นคงที่ทำงานให้นายกฯอยู่ในขณะนี้ และเป็น "แผนลับ" ที่อธิบายปรากฏการณ์ ลาประชุม ครม.ของ 7 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยได้อย่างแจ่มชัด
งานนี้ใกล้เปิดหน้าชกกันเต็มทีแล้ว...